| « ตอนที่ 1 « ตอนที่ 2 « ตอนที่ 3 « ตอนที่ 4 « ตอนที่ 6 « ตอนที่ 7 |

"........ปลายปี พ. ศ.
2515 ข้าพเจ้าได้อ่านหนังสือ ประวัติหลวงปู่ปาน โดยคุณอ๋อย(เฉิดศรี ศุขสวัสดิ์ ณ อยุธยา)
ให้ข้าพเจ้า ข้าพเจ้าอ่านแล้วถูกใจมาก เพราะปกติข้าพเจ้าง่วงเวลาอ่านหนังสือพระ แต่หนังสือเล่มนี้ข้าพเจ้าอ่านได้ตลอดและร้องให้ตอนหลวงปู่สิ้นชีวิต
มีความอยากกราบผู้เขียน ต่อมาจึงได้ไปกราบท่านที่บ้านซอยสายลม เห็นหลวงพ่อขาวและหนุ่มมาก
"......เรื่องต่อไปนี้
ขอให้เป็นเรื่องเล่าสู่กันฟังค่ะ ดิฉันคิดว่า จะต้องมีลูกศิษย์ของหลวงพ่อหลาย ๆ คน ที่มีความปรารถนาอยากมากราบหลวงพ่อ เพื่อขอเป็นศิษย์ของท่าน
ก็เนื่องมาจากได้อ่าน หนังสือประวัติหลวงปู่ปาน ที่แจกในงานพระราชทานเพลิงศพของ คุณหลวงอรรถไกวัลวที ซึ่งบุตรสาวคือ คุณอรอนงค์
เป็นผู้พิมพ์แจก
"..........จากหนังสือประวัติหลวงปู่ปาน ทำให้คณะ
อันประกอบด้วยครอบครัวและเพื่อนที่สนใจในทางธรรมเดินทางไปยังวัดท่าซุง เพื่อจะได้กราบนมัสการหลวงพ่อ
"..........หลวงพ่อเจ้าค่ะ
ลูกดีใจเมื่อทราบว่าหลวงพ่อได้รับพระราชทานสมณศักดิ์เป็น พระราชพรหมยาน แต่ลูกขออนุญาตหลวงพ่อ
ขอเรียกหลวงพ่อว่า หลวงพ่อ ต่อไป เพราะลูกต้องเรียกหลวงพ่อให้ช่วยลูกอยู่ตลอดเวลา ไม่ว่าลูกจะมีความทุกข์ หรือลูกจะได้รับอันตราย ลูกต้องการความคุ้มครอง
"..........เมื่อกลางปี
พ.ศ. 2513 ข้าพเจ้าได้อ่านหนังสือ ประวัติหลวงพ่อปาน วัดบางนมโค อ.เสนา จ. พระนครศรีอยุธยา ประพันธ์โดย
พระมหาวีระ ถาวโร ข้าพเจ้ามีความเลื่อมใสในเมตตาบารมีของหลวงพ่อปานมาก จึงได้ขอร้องให้ ม.ร.ว.คุณหญิงสุวรรณาภา สังขดุล
ช่วยพาข้าพเจ้าเข้านมัสการหลวงพ่อพระมหาวีระ ถาวโร ที่บ้าน พล อ.ท.ม.ร.ว. เสริม ศุขสวัสดิ์ ซอยสายลม ถนนพหลโยธิน
เพื่อจะได้เรียนและฝึกปฏิบัติธรรมบ้าง
"..........ข้าพเจ้าได้มีโอกาสมากราบหลวงพ่อครั้งแรกกลางปี พ.ศ. 2516
เมื่อเพื่อนข้าพเจ้าประสงค์จะพิมพ์เรื่อง มหาสติปัฏฐาน 4 ของพระมหาวีระ ถาวโร
แจกเป็นอนุสรณ์ในงานฌาปนกิจศพมารดา เธอจึงขอให้ข้าพเจ้าพามาบ้านสายลม เพื่อกราบขออนุญาตจากหลวงพ่อ
ในตอนนั้นข้าพเจ้าพียงแต่คิดว่าจะไปกราบพระองค์หนึ่ง ซึ่งเป็นศิษย์หลวงพ่อปานเท่านั้น 
"..........จากการปวารณาตนเป็นศิษย์หลวงพ่อวัดท่าซุง
ได้มีโอกาสพบเห็นพิธีและกฎเกณฑ์บางประการ เช่น เครื่องสังเวยเทพในพิธี ต้องมีสุราด้วยอย่างนี้เป็นต้น สิ่งที่ได้พบเห็นแล้วหลวงพ่อชี้แจงว่า
แท้จริงแล้วเทพท่านมาเพื่อสงเคราะห์ ส่วนการแสดงอิทธิวิธี เช่นการดื่มเหล้าไม่เมา ก็เพื่อเป็นการพิสูจน์ และเพื่อศรัทธาผู้ยังไม่เข้าใจเท่านั้น
ขอเล่าถึงสิ่งต่างๆ บางเรื่องที่ข้าพเจ้าได้พบมาสู่กันฟังไว้ดังนี้
"..........ผู้เขียนรู้จักหลวงพ่อข้างเดียว จากการอ่านหนังสือ คู่มือปฏิบัติพระกรรมฐาน ซึ่ง เรืออากาศโท บุญเลี้ยง (ยศในสมัยนั้น) ให้พ่อยืมมาอ่าน
จึงได้หาโอกาสไปกราบหลวงพ่อที่จังหวัดอุทัยธานี ระยะนั้นใครไปกราบหลวงพ่อ ขอพร ขอธรรมะจากท่าน ท่านก็จะแจกแจงธรรมโดยพิสดารตามแต่จริตของลูกศิษย์
ทุกคนติดหลวงพ่อกันงอมแงม และเมื่อมีผู้สงสัยกันอยู่เนืองๆ ว่า หลวงพ่อรู้เรื่องนั้น เรื่องนี้ได้อย่างไร ท่านก็ตอบว่า
ฉันรู้ "วิชชาสาม" พวกเราก็เชื่อท่าน


"..........นับเป็นเวลา
20 ปีเศษ ที่ข้าพเจ้าได้รู้จักหลวงพ่อจากท่านผู้มีพระคุณท่านหนึ่ง และหากข้าพเจ้าจะกล่าวถึงหลวงพ่อโดยไม่เอ๋ยนามท่านผู้นั้น
ข้าพเจ้าก็คงเหมือนคนอกตัญญูที่ไม่รู้คุณผู้ที่ชักนำให้ข้าพเจ้าได้พบสิ่งที่เป็นมงคลอันประเสริฐยิ่งของชีวิต พี่อ๋อย หรือคุณเฉิดศรี ศุขสวัสดิ์
ภรรยาของท่านพลอากาศโท ม.ร.ว. เสริม ศุขสวัสดิ์ เจ้าของบ้านสายลม บ้านที่ท่านได้สละให้พวกเราได้ใช้เป็นที่พบปะหลวงพ่อ ได้ทำบุญ ได้ศึกษาธรรม
"..........ลูกได้มีโอกาสเข้าวัดท่าซุงประมาณปี 2517 ด้วยการชักชวนและนำพาของพี่สาว
จนกระทั้งถึงปี 2523 เป็นปีน้ำท่วม ลูกมีโอกาสได้มาอยู่วัดหลายวัน จึงได้ฝึกมโนมยิทธิกับเขาเป็นครั้งแรก
กว่าจะหายสงสัยเรื่องนรกสวรรค์และพระนิพพานได้ก็แทบแย่
"..........เมื่อ พ.ศ. 2517
ก่อนพบท่านพ่อมหาวีระ ถาวโร เราได้พบกับคุณชอ (อัญชัน) คุณอัญเชิญ พี่สรรเสริญ ที่อุตรดิตถ์ คุณชอได้เล่าถึงการรักษาศีล 8
เราฟังดูแล้วรู้สึกขำและยังพูดล้อว่า โฮ้ย! อยู่ดีไม่ว่าดีไปอดอยาก เราไม่เอาอดอยากตาย กินตายดีกว่าอดตาย ดีชั่วรู้หมดแล้ว สวรรค์-นรกก็เห็นหมดแล้ว
หากินทางฝันดีกว่า
"..........ก่อนที่ข้าพเจ้าจะเขียนข้อความที่เกี่ยวกับพระคุณหลวงพ่อ พระราชพรหมยาน ข้าพเจ้าขอแสดงความคารวะและขอขมาหลวงพ่อท่านก่อน กันพลาดพลั้ง
"..........ในชีวิตของข้าพเจ้า
นอกจากบิดารมารดาผู้ซึ่งเป็นที่รักและเป็นผู้มีพระคุณแล้ว ก็ยังหลวงพ่ออีกองค์หนึ่ง ซึ่งข้าพเจ้ารักและเคารพท่านอย่างที่สุด
ข้าพเจ้าได้เข้ามาเป็นลูกศิษย์ท่าน เมื่อ 15 ปีที่แล้ว
"..........พระคุณของหลวงพ่อ ที่มีต่อดิฉันและครอบครัวนั้นมากมาย
ดิฉันไม่ทราบจะบรรยายอย่างไรจึงสมกับความเมตตาของท่าน