ข่าวศูนย์ฯ (ธัมมวิโมกข์ ตุลาคม 2551) "เว็บวัดท่าซุง"
kittinaja - 27/9/08 at 16:00

ข่าวศูนย์ ฯ

ข้อมูลจาก...หนังสือธัมมวิโมกข์ ฉบับ เดือนตุลาคม ๒๕๕๑

" วิชชุดา " - รวบรวม


วันที่ ๒๙, ๓๐, ๓๑ สิงหาคม และ ๑ กันยายน ๒๕๕๑
พระครูปลัดอนันต์ พทฺธญาโณ และ พระสงฆ์ ๓ รูป มี พระครูสังฆรักษ์สุรจิต, พระไพบูลย์, พระพิษณุ
เดินทางไปรับสังฆทาน และฝึกมโนมยิทธิ ที่บ้านเลขที่ ๙ ซอยสายลม ๑ กรุงเทพ ฯ

วันที่ ๒๙ ส.ค. ฉันภัตตาหารเช้าแล้ว ออกเดินทางไปบ้าน พล. อ. อ. อาทร โรจนวิภาต เพื่อรับสังฆทาน
เวลา ๑๑.๐๐ น. ฉันภัตตาหารเพล เวลา ๑๒.๐๐ น. เดินทางเข้าบ้านสายลม
เวลา ๑๗.๐๐ น. พระครูปลัดอนันต์ ฯ ลงรับสังฆทานและสนทนากับญาติโยมพุทธบริษัท เวลา ๒๑.๐๐ น. ขึ้นพัก

วันที่ ๓๐, ๓๑ ส.ค. มีการฝึกมโนมยิทธิแบบครึ่งกำลัง ตั้งแต่เวลา ๑๒.๓๐ น. ถึง ๑๕.๐๐ น.

วันที่ ๓๐ ผู้ฝึกมโนมยิทธิขั้นต้น ๑๔๘ คน
ฝึกไปเห็นสภาวะพระนิพพานได้ ๑๑๖ คน
ผู้มาฝึกญาณ ๘ ๒๒๐ คน
ฝึกท่องเที่ยว ฯ - คน
รวมผู้มาฝึกมโนมยิทธิ ๓๖๘ คน



วันที่ ๓๑ ผู้ฝึกมโนมยิทธิขั้นต้น ๑๒๖ คน
ฝึกไปเห็นสภาวะพระนิพพานได้ ๑๐๒ คน
ผู้มาฝึกญาณ ๘ ๒๔๘ คน
ฝึกท่องเที่ยว ฯ - คน
รวมผู้มาฝึกมโนมยิทธิ ๓๗๔ คน
รวมผู้มาฝึกมโนมยิทธิทั้ง ๒ วัน ๗๔๒ คน

วันที่ ๓๐, ๓๑ ส.ค., ๑ ก.ย. ช่วงเช้า เวลา ๐๙.๐๐ น. พระครูปลัดอนันต์ ฯ ลงรับสังฆทาน เวลา ๑๑.๐๐ น. พักฉันภัตตาหารเพล เวลา ๑๒.๐๐ น. ลงรับสังฆทาน จนถึงเวลา ๑๕.๓๐ น. จึงขึ้นพัก ตอนกลางคืน เวลา ๑๙.๐๐ น. เจริญพระกรรมฐานแบบสุกขวิปัสสโก โดยเปิดวีดิทัศน์คำสอนของพระเดชพระคุณหลวงพ่อฯ เวลา ๒๐.๐๐ น. ถวายสังฆทาน เวลา ๒๑.๐๐ น. ดร.ปริญญา นำสวด อิติปิ โส ทำนองสรภัญญะ และคาถาเงินล้าน จบแล้วอุทิศส่วนกุศล พระครูปลัดอนันต์ ฯให้พร เวลา ๒๑.๓๐ น. ขึ้นพัก

วันที่ ๒ ก.ย. เดินทางกลับวัด




วันที่ ๒๒, ๒๓, ๒๔, ๒๕ สิงหาคม ๒๕๕๑



ญาติโยมผู้ถือศีลจำพรรษาเข้าร่วมอบรม
ในโครงการอบรมการปฏิบัติธรรมวัดท่าซุง รุ่นที่ ๑ ที่ศาลา ๑๒ ไร่

ด้วยความเมตตาของ ท่านพระครูปลัดอนันต์ ฯ ที่ต้องการช่วยให้ลูกหลานของพระเดชพระคุณหลวงพ่อ ฯ ทุกคนประสบความสำเร็จในเส้นทางแห่งสายพระนิพพาน และสามารถจดจำที่จะนำเอาธรรมะคำสอนของพระเดชพระคุณหลวงพ่อ มาใช้อย่างมีสติตลอดทุกลมหายใจเข้าออก พร้อมทั้งเพิ่มความรักสามัคคีเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวยามเมื่ออยู่ร่วมกัน โครงการอบรมการปฏิบัติธรรมวัดท่าซุง จึงได้เกิดขึ้นมาเป็นครั้งแรกสำหรับผู้ที่มาปฏิบัติธรรมที่วัดตลอดพรรษา โดยเฉพาะยึดหลักสร้างความเย็นกายเย็นจิตมีสติสร้างความสุข ให้ตนเองและครอบครัว ให้จิตมีความเรียบร้อยมีความสุข


วันที่ ๒๒ ส.ค. เวลา ๐๗.๐๐ น. วันแรกของการอบรมเริ่มขึ้นในช่วงเช้าด้วยการลงทะเบียนและรายงานตัว โดยมี พระวิชิต และ พระพิษณุ รับหน้าที่ในส่วนการลงทะเบียนและรับบัตรประจำตัวแสดงชื่อ กลุ่ม และเลขที่สำหรับผู้เข้ารับการอบรม


จากนั้นจึงเริ่มเข้าแถวอย่างมีระเบียบ เพื่อตักอาหารและรับประทานอาหารเช้า ซึ่งงานนี้เจ้าหน้าที่ฝ่ายอาหารจัดเตรียมอาหาร และอุปกรณ์สำหรับรับประทานได้สะอาดสะอ้าน อาหารก็สะอาดและอร่อย สมบูรณ์บริบูรณ์มาก ๆ สมกับการเปิดโครงการอบรมรุ่นแรก ที่ท่านพระครูปลัดอนันต์ฯ ท่านเจ้าอาวาส เมตตาและตั้งใจจัดเพื่อสงเคราะห์ผู้มาปฏิบัติธรรมและผู้เข้ารับการอบรม ต้องขอชื่นชมและขอโมทนากับ คุณต๋อยและคณะเจ้าหน้าที่ฝ่ายอาหารทุกท่านด้วย สาธุ ๆ …


ในงานนี้ มี พระอนุชิต และ พระบุญชู เป็นพระผู้ดำเนินรายการบนเวที บรรยากาศเต็มไปด้วยความตื่นตัวสนุกสนาน ทั้งคณะพระผู้จัดงาน วิทยากรเจ้าหน้าที่ฝ่ายฆราวาส และผู้ที่เข้ารับการอบรมทั้งหมดเกือบ ๒๐๐ คน


บรรยากาศการอบรมอย่างเป็นทางการ เริ่มเมื่อผู้เข้ารับการอบรมเข้านั่งประจำที่ ๑๑ กลุ่ม ทุกคนดูสดชื่นตื่นตัว ให้ความสนใจ และตั้งใจที่จะเข้ารับการอบรม แต่เป็นระเบียบเรียบร้อย

เวลา ๐๙.๐๐ น. พระมงคลเวทย์ เริ่มเปิดเทปบวงสรวง ทำวัตรเช้า ทำพิธีรับศีล สมาทานพระกรรมฐาน ท่านพระครูปลัดอนันต์ พระสงฆ์ที่เป็นพระวิทยากรและญาติโยมที่เข้าโครงการอบรมการปฏิบัติธรรม ฯ เจริญพระกรรมฐานร่วมกันที่หน้าพระประธานศาลา ๑๒ ไร่


เวลา ๑๐.๐๐ น. ท่านพระครูปลัดอนันต์ ฯ ประธานโครงการอบรมการปฏิบัติธรรมวัดท่าซุง รุ่นที่ ๑ และพระวิทยากรทั้งหมดขึ้นเวที


โดยมี พระสมนึก ทำหน้าที่พิธีกรเปิดการอบรม กล่าวถึงวัตถุประสงค์ของการจัดโครงการอบรมการปฏิบัติธรรมวัดท่าซุง และกล่าวอาราธนา ท่านพระครูปลัดอนันต์ ขึ้นให้โอวาทเปิดการอบรมการปฏิบัติธรรม วัดท่าซุง รุ่นที่ ๑


ท่านพระครูปลัดอนันต์ กล่าวให้โอวาทกับผู้เข้ารับการอบรมสอนให้ทุกคน เป็นผู้มีสติในการพูดใช้ปิยะวาจาในการสื่อสารระหว่างกันและมีความอดทนตามแนวทางของบารมี ๑๐ มีหลักอิทธิบาท ๔ พรหมวิหาร ๔ สังคหวัตถุ ๔ เป็นหัวใจของการอบรมในครั้งนี้


ทั้งนี้ เพื่อเพิ่มทักษะในการสื่อสาร การบริหารเวลา สร้างความคุ้นเคยรู้จักกันภายในกลุ่มและกระชับความสัมพันธ์ในหมู่คณะ "มิติสัมพันธ์" ซึ่งเป็นกิจกรรมต่อเนื่องตลอดการอบรมโดยยึดถือหลัก "สุ จิ ปุ ลิ" (ฟัง คิด ถาม จดบันทึก) จึงเป็นกิจกรรมแรกที่ผู้รับการอบรมปฏิบัติร่วมกัน

โดยมีเจ้าหน้าที่ฝ่ายฆราวาสให้ความช่วยเหลือด้วย ความสนุกสนานตื่นตัวเป็นที่ครื้นเครงกันถ้วนหน้า โดยมี
พระทนงศักดิ์ และ พระมงคลเวทย์ ร่วมกันเป็นพระวิทยากร ซึ่งสร้างความประทับใจให้ผู้เข้ารับการอบรมเป็นอย่างมาก เพราะมีคำคมคำสอนข้อคิดชวนจำมากมาย ฝากไว้ให้คิดตลอดระยะการอบรม


หลังจากรับประทานอาหารกลางวันร่วมกันแล้ว พระสุรเชษฐ์ และพระสบสันต์ ขึ้นแนะนำแนวทางการปฏิบัติในการสวดมนต์ การเจริญสมาธิ การกราบพระแบบเบญจางคประดิษฐ์ที่ถูกต้อง โดยมี พระวารีสมบูรณ์ เป็นผู้สาธิตวิธีกราบพระที่ ถูกต้อง


และพระวิทยากรกล่าวถึงอานิสงส์ของการเดินจงกรม ซึ่งเมื่อทำเป็นปกติจะเพิ่มความเพียรร่างกายทนต่อระยะทางไกล ป่วยน้อย ย่อยง่าย สมาธิตั้งอยู่ได้นาน และแบบการจงกรมของวัดท่าซุง ซ้าย พุทธ ขวา โธ ก่อนที่จะให้ผู้เข้ารับการอบรมร่วมกันเดินจงกรมประมาณ ๑๕ นาที

กิจกรรมต่อเนื่องอีกอย่างที่สร้างความสนุกสนาน เรียกความสนใจจากผู้เข้ารับการอบรมในทุกวันได้เป็นอย่างดีคือ กิจกรรม ๓ ฐาน ซึ่งเป็นการให้ความรู้เรื่องการดูแลสุขภาพของตัวเองในชีวิตประจำวัน



ฐานที่ ๑ สมุนไพรเพื่อสุขภาพ มี คุณอนัญญา บุญเสนอ เป็นวิทยากรให้ความรู้เรื่องอาหารการกินพืชผักพื้นบ้านที่เป็นสมุนไพรหยิบง่ายใกล้มือ เช่น กินใบมะยมวันละ 15-20 ก้านจะช่วยลดน้ำตาลในเลือดสำหรับผู้ป่วยโรคเบาหวาน หรือดื่มโยเกิร์ตรสธรรมชาติผสมนมสด น้ำผึ้งมะนาว ในช่วงบ่ายจะทำให้ลำไส้เล็กทำงานได้ดีขึ้น ซึ่งนอกจากจะให้ความรู้แล้วคุณอนันญญา ยังมีโยเกิร์ตนมสด น้ำสมุนไพรกระชายเหลืองผสมน้ำผึ้งมะนาว และชาสมุนไพรให้ผู้เข้ารับการอบรมได้ดื่มทุกวันอีกด้วย


ฐานที่ ๒ ตรวจสุขภาพ โดยมี คุณณิชกานต์ และ คุณรัชนี บุญเสนอ เป็นวิทยากรให้ความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับโรคมะเร็ง วิธีการสังเกตความผิดปกติของร่างกายแบบง่าย ๆ พร้อมทั้งมีการชั่งน้ำหนัก ตรวจความดัน วัดน้ำตาลในปัสสาวะให้ผู้เข้ารับการอบรมทุกคนอีกด้วย


ฐานที่ ๓ ฝึกโยคะ โดย คุณลัดดา เล็งเลิศผลและคณะ เป็นวิทยากรให้คำแนะนำในการออกกำลังกายด้วยโยคะ ซึ่งเป็นกิจกรรมที่ค่อนข้างแปลกใหม่สำหรับผู้สูงอายุ แต่ก็สร้างความตื่นตัวสนุกสนานเฮฮา ยืดเส้นยืดสายคลายปวดเมื่อย ให้กับผู้ที่เข้าร่วมอบรมได้เป็นอย่างดี

สำหรับการอบรมธรรมะในวันแรก ท่าน พระครูปลัดอนันต์ ฯ ได้เมตตาให้หลักในการปฏิบัติธรรมว่าต้องมีอิทธิบาท ๔ ครบ ทั้งความพอใจ ความเพียรสร้างวินัยในการปฏิบัติ และความฝักใฝ่ใคร่ครวญใช้ปัญญาควบคุมการกระทำ เมื่อขยันทำสมาธิสร้างสุขให้กับจิต ปัญญาก็จะเกิด ทำให้สามารถมองทุกอย่างเป็นวิปัสสนาญานได้ด้วยตัวเอง


การอบรมวันแรกจบลงด้วยการสวดมนต์ทำวัตรเย็นและเจริญพระกรรมฐาน



วันที่ ๒๓ เวลา ๐๖.๐๐ น. เริ่มขึ้นด้วยการสวดมนต์ทำวัตรเช้า และเจริญพระกรรมฐานร่วมกันเสร็จแล้ว จากนั้นจึงไปร่วมรับประทานอาหารเช้า ก่อนที่จะเริ่มการอบรมธรรมะช่วงเช้า ด้วยเรื่อง สังคหวัตถุ ๔


ซึ่งมี พระทนงศักดิ์ พระวารีสมบูรณ์ พระสมนึก และ พระมงคลเวทย์ เป็นพระวิทยากรร่วมกันเสริมเติมความรู้ ช่วยสรุปความสำคัญในการอยู่ร่วมกันในสังคมโลกว่า ให้อยู่ร่วมกันด้วยการยึดเหนี่ยวใจไว้เหมือนตะปูกับบ้าน ซึ่งจะเพิ่มความมั่นคงแข็งแรงในสังคม ให้มี อภัยทาน และยึดหลัก จาคานุสติ เสียสละ ละความโลภในการกินการอยู่ ใช้ปิยะวาจาใคร่ครวญพิจารณาก่อนพูด ประพฤติให้ถูกกาละเทศะ ช่วยเหลือการงานสร้างประโยชน์ต่อผู้อื่น ไม่ยึดมั่นถือมั่นตัวเราของเรา เพราะทุกคนเกิดมาต้องตายเหมือนกันหมด

ต่อมาเป็นการแนะนำ การรักษาสุขภาพเพื่อการปฏิบัติธรรม โดย พระสบสันต์ ที่นอกจากจะเมตตาให้ความรู้เรื่องการเลือกบริโภคอาหาร ในชีวิตประจำวันแล้ว ยังมีเอกสารประกอบตามหลักการแพทย์ เพิ่มความรู้เกี่ยวกับสารอาหารที่จำเป็นต่อร่างกายทุกหมู่ ไว้กลับไปให้อ่านกันลืม แถมให้ผู้เข้ารับการอบรมนำกลับไปศึกษาที่บ้าน เพิ่มเติมร่วมกับเกร็ดความรู้หลาย ๆ อย่าง ที่ทุกคนตั้งใจจดตั้งใจ


ฟังตลอดการบรรยาย เช่น ไม่ควรดื่มน้ำนมถั่วเหลืองก่อนนอนเพราะมีโปรตีนไขมันสูง ทำให้เกิดอาการวิงเวียนเมื่อตื่นนอน ควรดื่มนมสดพร่องไขมันชนิดจืด เพื่อเสริมความแข็งแรงให้กระดูกทุกวัน การบริโภคเครื่องในสัตว์ทำให้เป็นโรคเกาต์ได้ง่าย แก้ไขได้ด้วยการดื่มน้ำสะอาดให้มากขึ้น กินกล้วยสุกช่วยสร้างกล้ามเนื้อ แต่กล้วยปิ้งทำให้ท้องผูก การออกกำลังกายช่วยลดความดันโลหิต การทำสมาธิช่วยรักษามะเร็ง

ก่อนที่จะเริ่มกิจกรรม มิติสัมพันธ์ หัวข้อชื่อ "เงียบ" วันนี้เน้นการเพิ่มสติในการสื่อสารกับผู้อื่น ซึ่งนอกจากจะสร้างความสนุกสนานกระตุ้นความตื่นเต้นแล้ว ยังช่วยเพิ่มความกล้าในการแสดงออกสำหรับผู้เข้ารับการอบรม


สร้างความสามัคคีและสร้างความสัมพันธ์ในกลุ่ม โดยให้สมาชิกในกลุ่มต้องช่วยกันคิดสรุปท่าทางต่าง ๆ สำหรับแสดงเพื่อใบ้คำสำนวนสุภาษิตให้ผู้อื่นเข้าใจ ภายในระยะเวลาที่กำหนดไว้ เช่น ใบ้สำนวนเก็บเบี้ยใต้ถุนร้าน


สำหรับอาหารมื้อกลางวันนั้นนอกจากแต่ละวันจะไม่ซ้ำเมนูกันแล้ว ยังมีรสชาติอร่อยตกแต่ง จัดวางได้น่ารับประทานเหมือนรับประทานอาหารบุฟเฟ่ต์ เพิ่มการเจริญอาหารได้อย่างดีเยี่ยม ต้องขอชม ขอขอบคุณแทนผู้เข้าอบรม และขออนุโมทนา กับ คณะคุณต๋อยและทีมงานฝ่ายอาหาร ด้วยอีกครั้ง สาธุ..


กิจกรรมในช่วงบ่ายเป็นการเดินจงกรม และร่วมกันทำกิจกรรม ๓ ฐาน ก่อนที่จะกลับมาสวดมนต์ทำวัตรเย็น และเจริญพระกรรมฐานร่วมกันอีกครั้งในเวลา ๑๗.๓๐ น. การอบรมของวันนี้จบลงด้วยการตอบปัญหาธรรม




วันที่ ๒๔ ส.ค. เวลา ๐๖.๐๐ น. เริ่มด้วยการสวดมนต์ทำวัตรเช้า และเจริญพระกรรมฐานร่วมกัน จากนั้นจึงร่วมรับประทานอาหารเช้า เสร็จแล้วก็ร่วมกิจกรรมการอบรมช่วงภาคเช้า พระวิทยากรได้เตือนใจผู้เข้ารับการอบรมให้ระลึกอยู่เสมอว่า กรรมฐานทำได้ไม่จำเป็นต้องเลือกเวลาที่สถานที่ ควรทำไว้ตลอด เพราะเวลาตายเราเลือกสถานที่และเวลาไม่ได้ ต้องซ้อมทำกรรมฐานไว้ให้มีสติปัญญา ให้ทรงตัวทุกเวลา


ตามด้วยการรับฟังการบรรยายธรรมโดยพระสบสันต์ เรื่องการใช้ พรหมวิหาร ๔ ในชีวิตประจำวันคือให้ใช้เป็นอนุสสติเพื่อลดโลภโกรธ หลง โดยยึด อุเบกขา เป็นหลัก คือวางตัววางใจ ให้เป็นกลางวางเฉย สร้างกุศลความสุขในความดี มีความเห็นอกเห็นใจผู้อื่น ไม่อิจฉาริษยาผู้อื่น และนำหลักพรหมวิหาร ๔ มาใช้ในเวลาปัจจุบันของชีวิต ยามดำรงชีวิตให้ทำจนปกติ


จากนั้นเป็นกิจกรรมการจงกรม ๑๕ นาที ก่อนที่จะเริ่มกิจกรรม มิติสัมพันธ์ วันนี้ชื่อ "กระซิบ" ที่ช่วยเพิ่มสติในการรับฟังและสื่อสารข้อความ เพราะเป็นกิจกรรมที่ให้ถ่ายทอดข้อความต่อ ๆ กันไป ซึ่งได้ผลเป็นที่น่าพอใจ เพราะเมื่อผู้เข้าร่วมโครงการอบรม มีสติที่จะถ่ายทอดข้อความไม่ให้ผิดเพี้ยน ตลอดครบทั้งสิบกว่าคน



ซึ่งแต่ละข้อความก็ยาว เช่น ความโกรธทั้งหลายย่อมไม่มีในบุคคลผู้มีจิตมั่นคง แต่บางกลุ่มกว่าจะถึงคนสุดท้าย การถ่ายทอดข้อความก็ผิดเพี้ยนไปจากข้อความเดิมบ้าง... แต่ก็สร้างความสนุกสนาน สร้างรอยยิ้ม..เสียงหัวเราะ เป็นการผ่อนคลายให้แก่ผู้เข้าโครงการอบรม ฯ ก่อนที่จะพักรับประทานอาหารกลางวันและเข้าร่วมกิจกรรม ๓ ฐาน ในช่วงบ่าย เสร็จจากกิจกรรม ๓ ฐาน ซึ่งวันนี้อากาศในศาลา ๑๒ ไร่ ค่อนข้างจะร้อนและอบอ้าวมาก..


เวลา ๑๕.๐๐ น. เริ่มกิจกรรม เปิดหน้าต่างใจ โดย ท่านพระครูปลัดอนันต์ ฯ เป็นพระวิทยากร ได้เมตตาแนะนำและเตือนสติทุกคน ว่าอย่าขี้กียจเพราะจะทำให้เกิดนิวรณ์แทรกเข้ามาในจิต พร้อมทั้งได้กล่าวถึงการอบรมในครั้งนี้ว่า

ได้รับความร่วมมือ ร่วมใจจากหลายฝ่ายที่ช่วยคิดวางแผนการอบรม ช่วยคิดกิจกรรม ช่วยออกทุนออกแรง เพื่อได้ผลการอบรมโครงการนี้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ คือสร้างความร่วมมือ ความสามัคคีมีวินัย ใช้ปิยะวาจาในการอยู่ร่วมกันของผู้ปฏิบัติธรรมภายในวัด เพื่อความเย็นใจและอยู่ร่วมกันอย่างเป็นสุข


เวลา ๑๘.๐๐ น. ผู้เข้ารับการอบรมกลับมาร่วมกันทำวัตรเย็นและเจริญพระกรรมฐาน ร่วมกันหลังจากได้พักผ่อนจนหายเหนื่อย ตามด้วยการเข้าร่วมกิจกรรมสำคัญรายการสุดท้ายของวันนั้น ซึ่งยังคงเป็นที่กล่าวขานอยู่เสมอถึงความน่าประทับใจในบรรยากาศพิธีกรรมการจัดงาน เพื่อถวายกุศลให้กับพระเดชพระคุณหลวงพ่อ


คือ พิธีจุดเทียนอธิษฐานส่องนำทาง ซึ่งมีการขับเสภาสดประกอบการแสดงภาพแสงสีเสียง เสนอชีวประวัติเกียรติภูมิของพระเดชพระคุณหลวงพ่อพระราชพรหมยาน ผู้เป็นที่เคารพรักเทิดทูนเป็นอย่างยิ่ง ประจำจิตใจของบรรดาลูกศิษย์ลูกหลานวัดท่าซุงทุกคน

แม้เวลาจะล่วงผ่านมาถึง ๑๖ ปีแล้วก็ตาม คำสอนสุดท้ายที่ "พ่อ" ทิ้งไว้ให้ลูกหลานทั้งหมดก็ยังคงเคารพจดจำ ยึดถือเป็นหลักประพฤติปฏิบัติไม่มีวันลืมเลือน เพื่อเดินตามรอยที่ "พ่อ" สร้างไว้ให้เดินเข้าสู่สายพระนิพพาน





วันที่ ๒๕ เวลา ๐๖.๐๐ น. เริ่มขึ้นด้วยการสวดมนต์ทำวัตรเช้า และเจริญพระกรรมฐานร่วมกัน และวันนี้เป็นวันสุดท้ายของการอบรม หลังจากทำวัตรเช้าเจริญพระกรรมฐานและกล่าวขอขมาพระรัตนตรัย เสร็จแล้ว


พระสงฆ์ พระวิทยากรฉันภัตตาหารเช้า ผู้เข้าโครงการอบรม ฯ ไปร่วมรับประทานอาหารเช้าร่วมกัน ก่อนที่จะเริ่มกิจกรรมสุดท้าย คือจับสลากเลือกตัวแทนผู้เข้ารับการอบรมแต่ละกลุ่ม ขึ้นมาเสนอความคิดเห็นสิ่งที่ต้องการให้ปรับปรุงแก้ไข้เพิ่มเติม สำหรับโครงการอบรมในครั้งนี้ ซึ่งทุกคนกล่าวชมเป็นเสียงเดียวกันว่าดีใจ และขอบพระคุณท่านพระครูปลัดอนันต์ ที่จัดโครงการนี้ขึ้นมา พร้อมทั้งหวังให้ทางวัดมีโครงการอบรมแบบนี้ต่อไปเรื่อย ๆ ตามด้วยการประพรมนํ้าพระพุทธมนต์ให้กับผู้เข้ารับการอบรม และปิดโครงการอบรมการปฏิบัติธรรมวัดท่าซุง ครั้งที่ ๑ อย่างเป็นทางการ


นับเป็นผลงานอีกชิ้นหนึ่ง ที่ท่านพระครูปลัดอนันต์ได้คิดขึ้นมาร่วมกับพระสงฆ์วัดท่าซุง เพื่อเป็นประโยชน์แก่ลูกศิษย์ลูกหลานของพระเดชพระคุณหลวงพ่อ ในระหว่างที่มาอยู่จำพรรษามี่วัดท่าซุง โดยไม่หวังสิ่งตอบแทนใด ๆ

ขอขอบคุณพระวิทยากร พระเจ้าหน้าที่ คณะวิทยากรฝ่ายฆราวาส และเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายที่ร่วมมือร่วมใจกันจน
โครงการอบรมการปฏิบัติธรรมวัดท่าซุง รุ่นที่ ๑ สำเร็จลงอย่างเรียบร้อย และเป็นที่ประทับใจของผู้เข้าโครงการอบรมในครั้งนี้ ขอให้ทุกท่าน เจริญในเส้นทางการปฏิบัติเพื่อให้ได้มรรคผล เจริญในทางเส้นธรรม หากปรารถนาพระนิพพาน ในชาตินี้ ก็ขอให้ทุกท่านสมความปรารถนาทุกอย่างทุกประการด้วยเทอญ.




วันที่ ๕, ๖, ๗ กันยายน ๒๕๕๑
พระครูปลัดอนันต์ ฯ และคณะครูฝึกไปสอนพระกรรมฐานที่ศูนย์ปฏิบัติธรรมศิษย์หลวงพ่อพระราชพรหมยาน วัดท่าซุง (โคราช)


วันที่ ๕ เวลา ๐๗.๓๐ น. ออกเดินทาง จากวัดท่าซุง แวะฉันเพลระหว่างทางก่อนถึงโคราช ฉันเสร็จแล้ว ก็เดินทางไปศูนย์ปฏิบัติ ฯ
เวลา ๑๗.๕๐ น. พระครูปลัดอนันต์ ลงรับแขกและรับสังฆทาน ญาติโยมเริ่มทยอยกันมา
เวลา ๑๙.๐๐ น. เจริญพระกรรมฐาน แบบสุกขวิปัสสโก โดยเปิดวีดิทัศน์คำสอนของ พระเดชพระคุณหลวงพ่อ
เวลา ๒๑.๐๐ น. ฝึกเสร็จ อุทิศส่วนกุศล และถวายสังฆทานกัน จากนั้นพระครูปลัดอนันต์ ก็เมตตาสนทนากับญาติโยมจนถึงเวลา ๒๑.๕๐ น. ขึ้นพัก

วันที่ ๖ เวลา ๐๗.๐๐ น. ถวายภัตตาหารเช้า พระสงฆ์ฉันภัตตาหารเสร็จแล้ว พระสงฆ์ให้พร
เวลา ๐๙.๐๐ น. ฝึกมโนมยิทธิ คุณปรีชา พึ่งแสง เปิดคำแนะนำการฝึกมโนมยิทธิแบบครึ่งกำลัง โดย พระเดชพระคุณหลวงพ่อพระราชพรหมยาน จบแล้ว บูชาพระรัตนตรัย สมาทานศีล สมาทานพระกรรมฐาน ให้ภาวนา นะ มะ พะ ธะ ๑๐ นาที ครูฝึกเข้าไปแนะนำ ฝึกเสร็จแล้ว อุทิศส่วนกุศล แล้วก็ถวายสังฆทานกัน


ผลการฝึก ผู้ฝึกใหม่ ๖๙ คน สามารถไปเห็นสภาวะพระนิพพานได้ ๖๒ คน
ฝึกญาณ ๘ โดย คุณคณิตพร ๕๘ คน
รวม ผู้มาฝึกมโนมยิทธิ ๑๒๗ คน

เวลา ๑๑.๐๐ น. ถวายภัตตาหารเพล ฉันเสร็จ พระสงฆ์ให้พร
เวลา ๑๗.๕๐ น. พระครูปลัดอนันต์ ลงรับแขกและรับสังฆทาน ญาติโยมเริ่มทยอยกันมาลงทะเบียนฝึก
มโนมยิทธิ
เวลา ๑๙.๐๐ น. คุณปรีชา พึ่งแสง เปิดคำแนะนำการฝึกมโนมยิทธิแบบครึ่งกำลัง โดย พระเดชพระคุณหลวงพ่อพระราชพรหมยาน จบแล้ว บูชาพระรัตนตรัย สมาทานศีล สมาทานพระกรรมฐาน เสร็จให้ภาวนาว่า
นะ มะ พะ ธะ เป็นเวลา ๑๐ นาที แล้วครูฝึกก็เริ่มแนะนำ
เวลา ๒๑.๐๐ น. ฝึกเสร็จ อุทิศส่วนกุศล

ผลการฝึก ผู้ฝึกใหม่ ๓๘ คน สามารถไปเห็นสภาวะพระนิพพานได้ ๓๑ คน
ฝึกท่องเที่ยว โดยพระครูปลัดอนันต์ ๖๐ คน
ฝึกญาณ ๘ โดย คุณคณิตพร ๑๕ คน
รวม ผู้มาฝึกมโนมยิทธิ ๑๑๓ คน

ฝึกเสร็จแล้ว ก็ถวายสังฆทานกัน จากนั้นพระครูปลัดอนันต์ ก็เมตตาสนทนากับญาติโยม จนถึงเวลา ๒๑.๕๐ น. ขึ้นพัก

วันที่ ๗ เวลา ๐๗.๐๐ น. ถวายภัตตาหารเช้า พระสงฆ์ฉันภัตตาหารเสร็จแล้ว พระสงฆ์ให้พร เวลา ๐๙.๐๐ น. ฝึกมโนมยิทธิ คุณปรีชา พึ่งแสง เปิดคำแนะนำการฝึกมโนมยิทธแบบครึ่งกำลัง โดย พระเดชพระคุณหลวงพ่อพระราชพรหมยาน จบแล้ว บูชาพระรัตนตรัย สมาทานศีล สมาทานพระกรรมฐาน ให้ภาวนา นะ มะ พะ ธะ ๑๐ นาที ครูฝึกเข้าไปแนะนำ ฝึกเสร็จแล้ว อุทิศส่วนกุศล แล้วก็ถวายสังฆทานกัน


ผลการฝึก ผู้ฝึกใหม่ ๔๑ คน สามารถไปเห็นสภาวะพระนิพพานได้ ๓๖ คน
ฝึกท่องเที่ยว โดยพระครูปลัดอนันต์ ๔๐ คน
ฝึกญาณ ๘ โดย คุณคณิตพร ๗๕ คน
รวม ผู้มาฝึกมโนมยิทธิ ๑๕๖ คน


เวลา ๑๑.๐๐ น. ถวายภัตตาหารเพล ฉันเสร็จ พระสงฆ์ให้พร ฉันภัตตาหารเพลเสร็จ คณะศิษย์ที่โคราชและจังหวัดใกล้เคียง นำโดย คณะปลาร้าโคราช ได้ขออนุญาตพระครูปลัดอนันต์ ถวายบายศรี และธูปเทียน ไหว้และขอขมา

เนื่องในโอกาสจะครบรอบอายุ ๖๐ ปีของท่านพระครูปลัดอนันต์ ที่กำลังจะถึง ในวันงานทางคณะปลาร้าโคราช และศิษย์บางคนไม่มีโอกาสไปร่วมงาน เพราะติดภาระกิจงานที่ทำอยู่จึงขอถวายบายศรี และธูปเทียนขอขมาท่านพระครูปลัดอนันต์ ล่วงหน้าก่อนวันที่จัดงานจริง เผื่ออาจจะประมาทพลาดพลั้งล่วงเกินท่านโดยไม่เจตนา เสร็จแล้วถวายสังฆทานและถวายปัจจัยทำบุญกับท่านพระครูปลัดอนันต์ และทางคณะปลาร้าโคราชปวารณาว่า


"จะขอทำงานรับใช้กิจการและงานทุกอย่าง สนับสนุนท่านพระครูปลัดอนันต์ ในการดำรงการเผยแผ่งานพระศาสนาเต็มกำลังความสามารถที่จะทำได้.."


ท่านพระครูได้กล่าวขอบใจ และให้โอวาทแก่คณะปลาร้าโคราชและญาติโยมที่มา และพูดถึงความในใจในการจัดงานวันเกิดครบรอบอายุ ๖๐ ปีของท่านในครั้งนี้ว่า ตอนแรกท่านไม่ชอบการจัดงานวันเกิด ต่อต้านการจัดงานวันเกิดว่าเหมือนเป็นการหาประโยชน์ให้เจ้าของวันเกิด แต่ ดร.ปริญญา ได้ให้เหตุผลว่า ท่านพระครูปลัดอนันต์จะชอบหรือไม่ชอบก็แล้วแต่ท่าน..

แต่การจัดงานครบรอบวันเกิด ๖๐ ปีคราวนี้ เพื่อจะได้มีหลักฐานเป็นเอกสารบันทึกไว้เป็นลายลักษณ์อักษร ให้คนรุ่นหลังในอนาคตข้างหน้า ที่สืบค้นเรื่องราวประวัติการสืบต่องานของวัดท่าซุง และการก่อสร้างงานของวัดท่าซุงต่อจากพระเดชพระคุณหลวงพ่อพระราชพรหมยาน บันทึกเป็นลายลักษณ์อักษรที่แน่นอนชัดเจน ไม่ให้เลือนหายไปตามกาลเวลา..

ท่านพระครูปลัดอนันต์ก็เลยจนใจด้วยเหตุผล จำยอมให้มีการจัดงานครบรอบ ๖๐ ปี ..ที่วัดท่าซุงในวันที่ ๒๗-๒๘ กันยายน นี้.. ญาติโยมก็พนมมือฟังท่านพระครูปลัดอนันต์ให้โอวาท และเล่าความในใจความเป็นมาของการจัดงานอย่างสงบเรียบร้อย ก็ขอบอกให้ทราบว่า


นอกจาก ดร.ปริญญา เป็นหัวเรี่ยวหัวแรงในการจัดงานแล้ว ฝ่ายพระสงฆ์ก็มี หลวงพี่พระครูสมุห์พิชิต (หลวงพี่โอ) ก็เป็นหัวแรงสำคัญอีกองค์หนึ่งเหมือนกัน ได้เป็นผู้ประสานกับพระและฆราวาสหลายจังหวัดในการจัดงานครั้งนี้ หลังจากนั้น ก็ถวายสังฆทาน และญาติโยมที่มาทยอยกันเข้าไปสรงน้ำท่านพระครูปลัด อนันต์จนครบทุกคน

เวลา ๑๒.๓๐ น. พระครูปลัดอนันต์และคณะครูฝึกเดินทางกลับวัดท่าซุง โดยปลอดภัยและสวัสดิภาพ เวลา ๑๖.๓๐ น.




แจ้งข่าว

วันที่ ๓๑ ตุลาคม และ ๑, ๒, ๓ พฤศจิกายน ๒๕๕๑

พระครูปลัดอนันต์ พทฺธญาโณ และพระสงฆ์ ๓ รูป เดินทางไปรับสังฆทาน และฝึกมโนมยิทธิที่บ้านเลขที่ ๙ ซอยสายลม ๑ กรุงเทพ ฯ
วันที่ ๑, ๒ พ.ย. มีการฝึกมโนมยิทธิ ตั้งแต่ เวลา ๑๒.๓๐ - ๑๕.๐๐ น.




โมทนา

๑. คุณสัจจะ ทันการ, คุณกรรณิการ์ การเดช, คุณหยกเพชร จันทวัน, คุณนฤมล นินบดี ถวายอาหาร และยารักษาโรคสำหรับสุนัข ประจำเดือน กรกฎาคม มีรายการดังนี้ ค่าอาหาร ๑๑,๖๐๐ บาท ขออนุโมทนาเป็นอย่างสูง

๒. คุณศิริวัฒนา บัญชรเทวกุล (แต๋ว) และครอบครัว นำเครื่องดื่มมาเลี้ยงคณะครูฝึกที่บ้านสายลม ในวันเสาร์และวันอาทิตย์ ขออนุโมทนาเป็นอย่างสูง

๓. Mr.Shake โดย คุณสุขขา อ่อนจิต และ คุณกรกมล ชูชัยศรี นำเครื่องดื่มมาเลี้ยง คณะครูฝึกที่บ้านสายลม ในวันเสาร์และวันอาทิตย์ ขออนุโมทนาเป็นอย่างสูง

๔. คุณพรพรรณ เลิศลํ้า (ต๋อย) และคณะนำดอกไม้มาให้ผู้ฝึกใหม่บูชาครูในการฝึกมโนมยิทธิ ที่บ้านสายลม เดือนสิงหาคม รวมมูลค่า ๒,๔๘๐ บาท ขออนุโมทนาเป็นอย่างสูง

๕. คุณคมกฤต โรจน์พงษ์ จาก บริษัท เค เค บาติก แอนด์ ไทยดาย 2000 จำกัด บริจาคเสื้อผ้าสำเร็จรูป ให้วัดท่าซุง เข้าศูนย์สงเคราะห์ผู้ยากจนในถิ่นทุรกันดาร จำนวน ๖,๙๘๙ ตัว มูลค่า ๕๒๔,๑๗๕ บาท (ห้าแสนสองหมื่นสี่พัน หนึ่งเจ็ดสิบห้าบาทถ้วน) ขออนุโมทนาเป็นอย่างสูง

๖. คุณป้าอัฐฉรา ไพบูลย์ และคณะ จัดดอกไม้ในงานอบรมธรรมปฎิบัติ รุ่น ๑ รวมมูลค่า ๑,๓๐๐ บาท
ขออนุโมทนาเป็นอย่างสูง


๗. ผู้บริจาคเงินซื้อเสบียงและสิ่งของให้สำนักสงฆ์ศูนย์ศิษย์พระราชรหมยาน (ป่าละอู) หัวหิน
ประจำเดือน ก.ค, ส.ค.๒๕๕๑ มีรายนาม ดังนี้

คณะคุณพัชรี กลันทกพันธ์, คุณนุจรี และลูกหลานบ้านสายลม ๑ กระสอบ, คุณอุ๋ย ๑ กระสอบ

คุณป้าครู ๑ กระสอบ, คุณอนงค์ลักษณ์-กิ่งแก้ว-ศรีสภางค์-ปรีชา-ตรีวิทย์ ๑ กระสอบ

คณะคุณอนงค์ลักษณ์-คณะคุณป้าครู ศิวลัยและคุณชูเดช ๑ กระสอบ , คุณพัชรี กลันทกพันธ์ ก.ค.-ส.ค.จำนวน ๑ กระสอบ - คณะคุณสามารถ และลูกหลานบ้านสายลม ทำบุญค่าแก๊สละอื่น ๆ เป็นเงิน ๓,๐๐๐ บาท

คุณสามารถ ๑ กระสอบ, คุณบุญมา ๒ กระสอบ
คุณปรางค์ทิพย์ จำนวน ๑ กระสอบ
คุณป้าครู, คุณอัมพร ศิวลัย จำนวน ๑ กระสอบ

คุณรณชิต, พ.ญ.ศรีกร,ด.ญ.ปัทเมณี จิระดิษฐ์, คุณบุษบา, น.พ.เดชพนท์ อุ่นพงศ์ภูวนารถ, คุณพัชรี กลันทกพันธ์ ๑ กระสอบ คุณชูเดชและลูกหลานบ้านสายลม ทำบุญค่าแก๊สนํ้ามันพืช และอื่น ๆ เป็นเงิน ๒,๐๐๐ บาท

ทางวัดขออนุโมทนาเป็นอย่างสูงไว้ ณ โอกาสนี้ด้วย