Not logged in [Login - Register]
Go To Bottom
Printable Version | Subscribe | Add to Favourites ตั้งหัวข้อใหม่
[*] posted on 19/9/10 at 11:29 [ QUOTE ]

ภาพ/สไลน์ภาพ/คลีปวิดีโอ..งานพิธีบำเพ็ญกุศลหลวงพ่อมรณภาพ 28-29 ม.ค. 55


กำหนดงานพิธีบำเพ็ญกุศลครบรอบ ๑๙ ปี วันที่ ๒๘ - ๒๙ มกราคม ๒๕๕๕
ภาพข่าว..."พินิจนคร - อุทัยธานี" ทาง ThaiTPS "วัดท่าซุง"
ภาพข่าว... สื่อมวลชนเสนอข่าว..พิธีอัญเชิญพระสรีระศพ วันที่ ๒๘ มกราคม ๒๕๕๕
ภาพ/สไลน์ภาพ... ขบวนแห่อัญเชิญพระสรีระศพหลวงพ่อฯ จากตึกขาวสู่พระวิหารแก้ว
ภาพ/สไลน์ภาพ... พระมหาเถรานุเถระ ถวายกุศลแด่พระเดช พระคุณหลวงพ่อ
คลิปวีดีโอ...ขบวนพิธีอัญเชิญพระสรีระศพพระเดชพระคุณหลวงพ่อฯ กลับสู่วิหารแก้วร้อยเมตร



คลิปวีดีโอ...ขบวนพิธีอัญเชิญพระสรีระศพพระเดชพระคุณหลวงพ่อฯ กลับสู่วิหารแก้วร้อยเมตร




การเตรียมขบวนการอัญเชิญพระสรีระศพ ที่ลาน ๒๕ ไร่ เมื่อวันที่ ๒๗ มกราคม ๒๕๕๕
ขบวนการอัญเชิญพระสรีระศพ กลับสู่วิหารแก้วร้อยเมตร ตอน ๑ เมื่อวันที่ ๒๘ มกราคม ๒๕๕๕
ขบวนการอัญเชิญพระสรีระศพ กลับสู่วิหารแก้วร้อยเมตร ตอน ๒ เมื่อวันที่ ๒๘ มกราคม ๒๕๕๕
ขบวนการอัญเชิญพระสรีระศพ กลับสู่วิหารแก้วร้อยเมตร ตอน ๓ เมื่อวันที่ ๒๘ มกราคม ๒๕๕๕
ขบวนการอัญเชิญพระสรีระศพ กลับสู่วิหารแก้วร้อยเมตร ตอน ๔ เมื่อวันที่ ๒๘ มกราคม ๒๕๕๕
ขบวนการอัญเชิญพระสรีระศพ กลับสู่วิหารแก้วร้อยเมตร ตอน ๕ เมื่อวันที่ ๒๘ มกราคม ๒๕๕๕
คลื่นมหาชนร่วมพิธีเคลื่อนสรีระศพหลวงพ่อฤาษีลิงดำโดยสำนักข่าวเดลินิวส์ ที่มา - http://www.dailynews.co.th/thailand/9761
เคลื่อนพระศพหลวงพ่อฤๅษีลิงดำ ที่มา - http://77.nationchannel.com/video/198891/
ขบวนแห่อัญเชิญพระศพหลวงพ่อฯ (จัดทำโดย คุณสานุ)
จัดขบวนแห่อัญเชิญพระศพหลวงพ่อฯ (จัดทำโดย ทีมงานเวปวัดท่าซุง)
ขบวนแห่อัญเชิญพระศพหลวงพ่อฯ (จัดทำโดย ทีมงานเวปวัดท่าซุง)




กำหนดงานพิธีบำเพ็ญกุศลครบรอบ ๑๙ ปี แห่งการมรณภาพ

ระหว่างวันที่ ๒๘ - ๒๙ มกราคม ๒๕๕๕


ขอเชิญคณะศิษย์ทั่วประเทศร่วมขบวนแห่

อัญเชิญพระเดชพระคุณหลวงพ่อพระราชพรหมยาน

ประดิษฐาน ณ มหาวิหารแก้ว ๑๐๐ เมตรตามเดิม


วันเสาร์ที่ ๒๘ มกราคม ๒๕๕๕ (ตรงกับวันขึ้น ๕ ค่ำ เดือน ๓) (เสาร์ ๕)

เวลา ๐๖.๐๐ น. เจ้าหน้าที่ร้านอาหารกองทุนถวายภัตตาหารเช้าแด่พระภิกษุสงฆ์ ที่สวนไผ่
(ญาติโยมที่จะร่วมทำบุญเลี้ยงพระ ขอให้นำปัจจัยไปร่วมทำบุญกับเจ้าหน้าที่กองทุนได้)
เวลา ๐๗.๓๐ น. จัดขบวนแห่ที่บริเวณลาน ๒๕ ไร่
*** (ผู้ร่วมขบวน - แต่งกายชุดขาวสุภาพ และจะเตรียมพานพุ่มไปถือเองก็ได้)
เวลา ๐๘.๐๐ น. เคลื่อนขบวนพระศพจากหน้าตึกขาวเข้าสู่ถนนหน้า ๑๒ ไร่ และออกสู่ถนนใหญ่
เวลา ๐๙.๐๐ น. พิธีอัญเชิญพระสรีรศพพระเดชพระคุณหลวงพ่อฯ ขึ้นประดิษฐานบนบุษบก (ซ่อมเสร็จแล้ว) จากนั้นท่านเจ้าคุณภาวนาฯ เจ้าอาวาสวัดท่าซุงทำพิธีบวงสรวง และกล่าวนำถวายธูปเทียนแพ นับเป็นพิธีการที่สำคัญนับตั้งแต่ท่านมรณภาพไปเมื่อเกือบ ๒๐ ปีที่แล้ว

เวลา ๑๑.๐๐ น. ถวายภัตตาหารเพลแด่พระภิกษุสงฆ์ ที่ศาลามิตรศรัทธา

เวลา ๑๓.๐๐ น. พระภิกษุสงฆ์วัดท่าซุง ทำพิธีพุทธาภิเษก "วัตถุมงคล" (อ่านรายละเอียดด้านล่าง) ด้านหน้าพระประธานภายในวิหารแก้ว ๑๐๐ เมตร ซึ่งวันนี้เป็นวันสำคัญอันเป็น "วันเสาร์ ๕ ขึ้น ๕ ค่ำ" สมัยก่อนถือว่าเป็นวันทำพิธี "เป่ายันต์เกราะเพชร" ญาติโยมสามารถเข้าร่วมพิธีดังกล่าว เพื่อขออาราธนา "ยันต์เกราะเพชร" เข้าครอบตัวเองได้

เวลา ๑๗.๓๐ น.
ช่วงที่ ๑ พระภิกษุสงฆ์วัดท่าซุง สวดธัมมนิยาม ที่มหาวิหาร ๑๐๐ เมตร จบแล้วเจ้าภาพถวายเครื่องไทยทาน
ช่วงที่ ๒ พระภิกษุสงฆ์วัดท่าซุง สวดพระอภิธรรม ถวายกุศลแด่พระเดชพระคุณหลวงพ่อ จบแล้วเจ้าภาพ
ถวายผ้าบังสุกุลและถวายเครื่องไทยทาน พระภิกษุสงฆ์ให้พร (ถ้าหากญาติโยมท่านใดมีความประสงค์
จะถวายผ้าบังสุกุล ให้ผาติกรรมผ้ามาถวายได้ หลังจากเจ้าภาพถวายเครื่องไทยทานแล้ว)

วันอาทิตย์ที่ ๒๙ มกราคม ๒๕๕๕ (ตรงกับวันขึ้น ๖ ค่ำ เดือน ๓)

เวลา ๐๖.๐๐ น. เจ้าหน้าที่ร้านอาหารกองทุนถวายภัตตาหารเช้าแด่พระภิกษุสงฆ์ ที่สวนป่าไผ่
(ญาติโยมที่จะร่วมทำบุญเลี้ยงพระ ขอให้นำปัจจัยไปร่วมทำบุญกับเจ้าหน้าที่กองทุนได้
เวลา ๐๘.๓๐ น. พระภิกษุสงฆ์และเจ้าหน้าที่ต้อนรับพระมหาเถรานุเถระที่นิมนต์มา ที่ด้านหน้ามหาวิหาร ๑๐๐ เมตร
แล้วนิมนต์เข้าพักที่รับรองตรงระเบียงด้านทิศตะวันออก (พระอาคันตุกะพักที่ระเบียงด้านประดิษฐาน
พระปัจเจกพุทธเจ้า)

เวลา ๑๐.๓๐ น. พระมหาเถรานุเถระ ที่รับนิมนต์เจริญพระพุทธมนต์
เวลา ๑๑.๐๐ น. ถวายภัตตาหารเพลแด่พระมหาเถรานุเถระ ภายในมหาวิหาร ๑๐๐ เมตร และถวายภัตตาหารเพล
แด่พระภิกษุสงฆ์วัดท่าซุงและพระอาคันตุกะที่เดินทางมาร่วมงาน พระภิกษุสงฆ์ฉันภัตตาหารเสร็จ
เรียบร้อยแล้ว เจ้าภาพไทยทานถวายเครื่องไทยทาน เสร็จแล้วอุทิศส่วนกุศล พระภิกษุสงฆ์ให้พร

เวลา ๑๒.๓๐ น. พระมหาเถระที่เป็นประธานสงฆ์ กล่าวสัมโมทนียกถา
ต่อจากนั้น พระภิกษุสงฆ์วัดท่าซุง สวดมาติกา ถวายกุศลแด่พระเดช พระคุณหลวงพ่อ จบแล้ว
เจ้าภาพถวายผ้าบังสุกุลและถวายเครื่องไทยทาน (ถ้าหากญาติโยมท่านใดมีความประสงค์จะถวาย
ผ้าบังสุกุล ให้ผาติกรรมผ้ามาถวายได้หลังจากเจ้าภาพถวายเครื่องไทยทานแล้ว)
พระภิกษุสงฆ์พิจารณาผ้าบังสุกุล แล้วอุทิศส่วนกุศล พระภิกษุสงฆ์ให้พร เป็นเสร็จพิธี.

คลิปวีดีโอ...การเตรียมขบวนการอัญเชิญพระสรีระศพ ที่ลาน ๒๕ ไร่
เมื่อวันที่ ๒๗ มกราคม ๒๕๕๕




คลิปวีดีโอ...ขบวนการอัญเชิญพระสรีระศพ กลับสู่วิหารแก้วร้อยเมตร
เมื่อวันที่ ๒๘ มกราคม ๒๕๕๕













********************************




<ll กลับสู่สารบัญ


[ PROFILE ] [ FIND ] [ U2U ]
[*] posted on 11/1/12 at 15:42 [ QUOTE ]



"พินิจนคร - อุทัยธานี" ทาง ThaiTPS


(ออกอากาศ 11 ม.ค. 2555)




[ PROFILE ] [ FIND ] [ U2U ]
[*] posted on 28/1/12 at 04:24 [ QUOTE ]



สื่อมวลชนเสนอข่าว

เคลื่อนย้ายสรีระสังขาร "หลวงพ่อฤๅษีลิงดำ" กลับสู่มหาวิหารแก้ว


(ภาพข่าวจาก "ครอบครัวข่าว 3" I วันเสาร์ที่ 28 มกราคม พ.ศ. 2555)


เคลื่อนย้ายสรีระสังขารหลวงพ่อฤๅษีลิงดำกลับมาประดิษสถานบรรจุไว้ในโลงแก้วบนบุษบกทองคำภายมหาวิหารแก้ว 100 เมตรตามเดิมโดยมี พุทธศาสนิกชนจากทั่วทุกสารทิศจำนวนหลายหมื่นคนร่วมพิธีกันอย่างเนืองแน่น


ที่จังหวัดอุทัยธานี เมื่อเวลา 08.00 น.ที่วัดจันทาราม ( วัดท่าซุง ) หรือวัดหลวงพ่อฤๅษีลิงดำ ตำบลน้ำซึม อำเภอเมือง จังหวัดอุทัยธานี ได้จัดพิธีเคลื่อนย้ายสรีระสังขารของหลวงพ่อฤๅษีลิงดำ โดยริ้วขบวนเริ่มจากหน้าตึกขาวเข้าสู่ถนนหน้า 12 ไร่ และออกสู่ถนนใหญ่ เพื่อนำสรีระสังขารของหลวงพ่อไปประดิษสถานบรรจุในโลงแก้วบนบุษบกทองคำ ซึ่งริ้วขบวนได้จัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ ประกอบด้วย


1.ขบวนศิษยานุศิษ์ของหลวงพ่อฤๅษีลิงดำจากทั่วทุกสารทิศ
2.ขบวนพระภิกษุสงฆ์
3.ขบวนเครื่องอัฐบริขาร พัดยศของหลวงพ่อฯ
4.ขบวนเครื่องบูชา ฉัตร ตุง พุ่มเงิน พุ่มทอง เป็นพุ่มเงินและท้องแท้ๆ ประดับด้วยเพชรพลอยของจริง และ
5. เป็นขบวนสุดท้ายคือขบวนราชรถอัญเชิญพระสรีระสังขารหลวงพ่อฤๅษีลิงดำ



ระหว่างขบวนผ่านทางก่อนจะเข้าภายในวิหารแก้ว ได้มีพุทธศาสนิกชนจำนวนมากต่างถือธูปเทียนแพ ดอกไม้ มาเฝ้ารอสักสาระหลวงพ่อฤๅษีลิงดำกันอย่างเนืองแน่น สำหรับริ้วขบวนดังกล่าวมีการประดับตกแต่งริ้วขบวนต่างๆ ที่กล่าวมาข้างอย่าสวยงาม และจำนวนคนที่ร่วมริ้วขบวนจำนวนหลายพันคน


ภายหลังจากริ้วขบวนถึงบริเวณหน้ามหาวิหารแก้ว 100 เมตร ( ความยาวของวิหาร 100 เมตร ) ได้อัญเชิญสรีระสังขารหลวงพ่อฤๅษีลิงดำเข้าสู่ภายในวิหารแก้ว 100 เมตร เพื่อทำพิธีบรรจุใส่ในโลงแก้วประดิษสถานบนบุษบกทองคำ ต่อจากนั้นท่านเจ้าคุณพระภาวนากิจวิมล เจ้าอาวาสวัดจันทาราม ( วัดท่าซุง ) หรือวัดหลวงพ่อฤๅษีลิงดำ ได้เป็นประธานทำพิธีบรวงสรวง ต่อจากนั้น ได้เป็นประธาน นำพุทธศาสนิกชนร่วมขอขมา ต่อหลวงพ่อฤๅษีลิงดำ


ส่วนในภาคบ่ายเวลา 13.00 น. ท่านเจ้าคุณพระภาวนากิจวิมล จะได้เป็นประธานในพิธีพุทธาภิเษก และเวลา 17.30 น. พระภิกษุสงฆ์จากวัดท่าซุง สวดธรรมนิยาม ณ มหาวิหารแก้ว ต่อจากนั้น พระภิกษุสงฆ์ สวดพระอภิธรรม ถวายเป็นกุศลแด่หลวงพ่อฤๅษีลิงดำ เป็นเสร็จพิธี


ที่มา - http://www.krobkruakao.com/ข่าว/51190/เคลื่อนย้ายสรีระ



คลื่นมหาชนร่วมพิธีเคลื่อนสรีระศพหลวงพ่อฤาษีลิงดำ





เมื่อเวลา 08.00 น.วันนี้ (28 ม.ค.) ที่ จ.อุทัยธานี พระภาวนากิจวิมล หรือ "หลวงพ่ออนันต์" เจ้าอาวาสวัดจันทาราม(ท่าซุง) อ.เมืองอุทัยธานี ได้ประกอบพิธีเคลื่อนย้ายสรีระศพของ "พลวงพ่อพระราชพรหมยาน" หรือ "หลวงพ่อฤาษีลิงดำ" เกจิดังอดีตเจ้าอาวาสวัดท่าซุง หลังจากก่อนหน้านี้ทางวัดถูกน้ำท่วมสูงกว่า 1.60 เมตร ทำให้ต้องเคลื่อนย้ายพระสรีระศพของหลวงพ่อจากวิหารแก้ว 100 เมตร ไปอยู่ที่ชั้น 4 ของตึกขาวภายในวัดท่าซุง ซึ่งในวันนี้จะเคลื่อนย้ายกลับสู่วิหารแก้ว 100 เมตร โดยมีประชาชน และศิษยานุศิษย์จากทั่วทุกสาระทิศนับหมื่นคนพร้อมใจกันนุ่งขาวห่มขาว มาร่วมพิธีนี้กันอย่างล้นหลาม




พิธีเริ่มต้นด้วยการอัญเชิญพระสรีระศพของพลวงพ่อฤาษี ลิงดำ จากตึกขาว ขึ้นราชรถ แล้วนำขบวนด้วยวงดุริยางค์ ตามด้วยริ้วขบวนพระอาคันตุกะ ขบวนเครื่องอัฐบริขาร พัดยศของพระเดชพระคุณหลวงพ่อ ขบวนเครื่องบูชา ฉัตร ตุง และขบวนราชรถพระสรีระศพของหลวงพ่อฤาษี ลิงดำ ออกเดินทางจากบริเวณ 25 ไร่ ผ่านประสาททองคำ ศาลา 12 ไร่ ออกสู่ถนนใหญ่ มุ่งสู่วิหารแก้ว 100 เมตร ที่ทางวัดได้บูรณตบแต่งไว้อย่างสวยสดงดงาม




จากนั้นทางวัดได้เคลื่อนสรีระศพของพลวงพ่อขึ้นประดิษฐานยังบุษกทองคำ ซึ่งประดับประดาไว้อย่างสวยสดงดงามเช่นเดิม พร้อมทั้งประกอบพิธีบวงสรวงและพระสงฆ์สวดพระอภิธรรม หลังเสร็จพิธีประชาชนต่างเข้ากราบไหว้บูชาด้วยความเคารพศรัทธาอย่างเนืองแน่น




นางเยาวลักษณ์ มิตรศรัทธา ลูกศิษย์ของหลวงพ่อฤาษีลิงดำ เปิดเผยว่า ก่อนมาเจอหลวงพ่อก็ทำเรื่องไม่ดีมาเยอะ หลวงพ่อท่านสอนนรกสวรรค์มีจริง ทำให้ตนเกิดความสงสัยว่ามีจริงอย่างไร จึงตั้งใจฝึกมโนมยิทธิ จนกระทั่งฝึกได้ทำให้ได้รู้ว่านรกสวรรค์มีจริง ทำให้เกิดความกลัวที่จะทำในสิ่งที่ไม่ดี จึงตั้งใจรักษาศีล 5 ทำให้ตนพบชีวิตใหม่เนื่องจากเมื่อก่อนเราอยู่ในสังคมไม่รู้จักศีล 5 ทำให้พูดโกหก คิดไม่ดีแต่เมื่อพบหลวงพ่อแล้วท่านสอนทำให้รู่ว่าการเวียนว่ายตายเกิด นรกสวรรค์มีจริง จึงหมั่นทำความดี เกรงกลัวต่อบาปเพื่อเวลาเราจากโลกนี้ไปจะได้ไปพระนิพพาน.


(คลิปวีดีโอ)



ที่มา - http://www.dailynews.co.th/thailand/9761



เคลื่อนพระศพหลวงพ่อฤๅษีลิงดำ



.......พุทธศาสนิกชนทั่วสารทิศ ร่วมขบวนอัญเชิญพระศพหลวงพ่อฤๅษีลิงดำ เกจิอาจารย์ชื่อดังแห่งเมืองอุทัยธานี กลับไปตั้งบนบุษบกภายในวิหารแก้ว100เมตรหลังบูรณะเสร็จ

เมื่อเวลา 08.00 น. วันที่ 28 ม.ค.55 พระภาวนากิจวิมล (อนันต์ พทธญาโณ) เจ้าอาวาสวัดจันทราราม หรือวัดท่าซุง หรือวัดหลวงพ่อฤๅษีลิงดำ ต.น้ำซึม อ.เมือง จ.อุทัยธานี พร้อมด้วยศิษยานุศิษย์หลวงพ่อฤๅษีลิงดำ (อดีตเกจิอาจารย์ชื่อดังแห่งจังหวัดอุทัยธานี)พุทธศาสนิกชนจากทั่วสารทิศจำนวนหลายพันคน ได้ร่วมขบวนนำพระศพหลวงพ่อพระราชพรหมยาน(หลวงพ่อฤๅษีลิงดำ) ซึ่งท่านมรณภาพเมื่อวันที่ 30 ตุลาคม 2535 กลับไปประดิษฐานบนบุษบก ภายในวิหารแก้ววัดท่าซุง หลังจากทางวัด จำเป็นต้องนำพระศพของหลวงพ่อฤๅษีลิงดำ ไปไว้ที่ตึกขาวชั้น4 ในช่วงที่เกิดมหาอุทกภัยครั้งใหญ่ เมื่อ 4 เดือนเศษที่ผ่านมา เพื่อความปลอดภัย เนื่องจากวิหารแก้วร้อยเมตรและบริเวณวัดทั้งหมดถูกน้ำท่วมสูงและเสียหาย

ทั้งนี้ หลังจากมหาอุทกภัยผ่านพ้นไปทางวัดฯ ได้ดำเนินการบูรณะซ่อมแซมวิหารแก้วทั้งหมดที่เสียหายจากอุทกภัย โดยใช้งบประมาณที่ได้รับบริจาคไปทั้งสิ้นกว่า 10 ล้านบาท(การบูรณะทั้งบริเวณวัดต้องใช้งบประมาณมากถึง 50 ล้านบาทขณะนี้ดำเนินการใกล้แล้วเสร็จ) จนเสร็จเรียบร้อยสวยงามดังเดิม พร้อมอัญเชิญพระศพหลวงพ่อฤๅษีลิงดำไปประดิษฐานบนบุษบกทองคำ ภายในวิหารแก้ว100เมตร ให้พุทธศาสนิกชนและนักท่องเที่ยวได้สักการะ โดยเปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าสักการะพระศพหลวงพ่อฤๅษีลิงดำ และเที่ยวชมความวิจิตรงดงามของวิหารแก้วได้ตามปก ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป


ที่มา - http://www.komchadluek.net



เคลื่อนพระศพหลวงพ่อฤๅษีลิงดำ



ข่าวจาก Nation Channel

พุทธศาสนิกชนทั่วสารทิศ ร่วมขบวนอัญเชิญพระศพหลวงพ่อฤๅษีลิงดำ เกจิอาจารย์ชื่อดังแห่งเมืองอุทัยธานี กลับไปตั้งบนบุษบกภายในวิหารแก้ว100เมตรหลังบูรณะเสร็จ พร้อมเปิดให้พุทธศาสนิกชนและนักท่องเที่ยวเข้าชมตามปกติแล้ว

เมื่อวันที่ 28 มกราคม 2555 เวลา 08.00น. พระภาวนากิจวิมล (อนันต์ พทธญาโณ) เจ้าอาวาสวัดจันทราราม หรือวัดท่าซุง หรือวัดหลวงพ่อฤๅษีลิงดำ ต.น้ำซึม อ.เมือง จ.อุทัยธานี พร้อมด้วยศิษยานุศิษย์หลวงพ่อฤๅษีลิงดำ (อดีตเกจิอาจารย์ชื่อดังแห่งจังหวัดอุทัยธานี)พุทธศาสนิกชนจากทั่วสารทิศจำนวนหลายพันคน ได้ร่วมขบวนนำพระศพพลวงพ่อพระราชพรหมยาน(หลวงพ่อฤๅษีลิงดำ) ซึ่งท่านมรณภาพเมื่อวันที่ 30 ตุลาคม 2535 กลับไปประดิษฐานบนบุษบก ภายในวิหารแก้ววัดท่าซุง หลังจากทางวัด จำเป็นต้องนำพระศพของหลวงพ่อฤๅษีลิงดำ ไปไว้ที่ตึกขาวชั้น4 ในช่วงที่เกิดมหาอุทกภัยครั้งใหญ่ เมื่อ 4 เดือนเศษที่ผ่านมา เพื่อความปลอดภัย เนื่องจากวิหารแก้วร้อยเมตรและบริเวณวัดทั้งหมดถูกน้ำท่วมสูงและเสียหาย

หลังจากมหาอุทกภัยผ่านพ้นไปทางวัดฯ ได้ดำเนินการบูรณะซ่อมแซมวิหารแก้วทั้งหมดที่เสียหายจากอุทกภัย โดยใช้งบประมาณที่ได้รับบริจาคไปทั้งสิ้นกว่า 10 ล้านบาท(การบูรณะทั้งบริเวณวัดต้องใช้งบประมาณมากถึง 50 ล้านบาทขณะนี้ดำเนินการใกล้แล้วเสร็จ) จนเสร็จเรียบร้อยสวยงามดังเดิม พร้อมอัญเชิญพระศพหลวงพ่อฤๅษีลิงดำไปประดิษฐานบนบุษบกทองคำ ภายในวิหารแก้ว100เมตร ให้พุทธศาสนิกชนและนักท่องเที่ยวได้สักการะ โดยเปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าสักการะพระศพหลวงพ่อฤๅษีลิงดำ และเที่ยวชมความวิจิตรงดงามของวิหารแก้วได้ตามปก ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป


ที่มา - http://77.nationchannel.com/video/198891/



เคลื่อนสังขารหลวงพ่อฤาษีลิงดำกลับคืนวิหารแก้ว





.....วัดท่าซุง จังหวัดอุทัยธานี ได้ประกอบพิธีเคลื่อนย้ายสังขารหลวงพ่อฤาษี ลิงดำ อดีตเจ้าอาวาสวัดท่าซุง ซึ่งมรณภาพมา 20 ปีแล้ว จากชั้น 4 ตึกขาว ไปยังวิหารแก้ว ซึ่งก่อนหน้านี้ วัดท่าซุงถูกน้ำท่วมสูงเกือบ 2 เมตร ทางวัดต้องเคลื่อนย้ายสังขารหลวงพ่อฤาษีลิงดำจากวิหารแก้วไปอยู่ที่ชั้น 4 ของตึกขาว โดยช่วงน้ำท่วมวิหารแก้วและศาสนสถานอื่น ๆ เสียหายอย่างหนัก

หลังน้ำลดทางวัดได้บูรณะซ่อมแซมจนสวยงาม แล้วจึงมีพิธีเคลื่อนย้ายสังขารหลวงพ่อฤาษีลิงดำกลับไปประดิษฐานที่วิหารแก้วตามเดิม ก่อนจะมีพิธีบวงสรวงและพระสงฆ์สวดพระอภิธรรม โดยมีลูกศิษย์ลูกหามาร่วมพิธี และเข้ากราบนมัสการสังขารหลวงพ่อฤาษีลิงดำกันเนืองแน่น


[ PROFILE ] [ FIND ] [ U2U ]
[*] posted on 29/1/12 at 19:14 [ QUOTE ]




บอกเล่าบรรยากาศวันงาน 28 มกราคม 2555

.....ทางทีมงานฯ ทุกคนขออนุโมทนาลูกหลานของพระเดชพระคุณหลวงพ่อฯ ทุกคน ที่ได้เดินทางมาทั่วสารทิศ ไม่สามารถจะที่จะจำแนกแจกแจงว่ามากันจากที่ไหนบ้าง เพียงแค่มองเห็นหน้ากันต่างก็ยิ้มให้กัน เพราะในใจรู้ว่าเราเป็นลูกพ่อเดียวกัน แต่ถ้าได้รู้จักกันเราก็เข้าไปทักทายด้วยความดีใจ ส่วนที่นัดหมายก็ได้พบกันตามความตั้งใจ ฉะนั้นงานพิธีอัญเชิญพระศพของพ่อในครั้งนี้ แม้จะไกลแสนไกลแค่ไหน เราก็มาพบกันในวันนี้ และวินาทีที่สำคัญนี้ ที่จะได้อยู่ใกล้ชิดสังขารของท่าน นับตั้งแต่วันที่ท่านจากไปเกือบ 20 ปีมาแล้ว ก็ได้แต่เฝ้ามองดูอยู่ห่างไกล

ด้วยกระแสน้ำที่ไหลเชี่ยวกรากเข้าไป ทำให้สังขารของพ่อต้องถูกแยกย้ายอย่างกระทันหัน หลวงพ่อเจ้าคุณได้เล่าถึงตอนนี้ พร้อมกับซับน้ำตาไปด้วยว่า ความทุกข์ยากลำบากในขณะนั้น แม้ดอกไม้ธูปเทียนจะขอขมาครูบาอาจารย์ก็ยังหาไม่ทัน หันไปมองเกือบทุกคนที่ได้ฟัง ต่างก็ต้องยกมือเช็ดน้ำตาไปด้วย แต่ถึงอย่างไรก็ตาม แม้ภัยจากน้ำที่ได้ทำให้ต้องย้ายสรีระศพของท่านไปอยู่ที่ตึกขาวประมาณ 3-4 เดือน พวกเราก็ต้องขอขอบใจ "น้องน้ำ" ที่ได้มีโอกาสจัดขบวนแห่สังขารของท่านกลับคืนสู่วิหารแก้วอย่างสมเกียรติคุณ

ก่อนงาน ณ วัดท่าซุง ไม่มีใครว่าง ทั้งพระและญาติโยมต่างช่วยกันจัดงานภายในวิหารแก้ว และบริเวณวัดทั้งหมด โดยเฉพาะเครื่องสักการบูชาที่จะเข้าขบวนแห่ มีคณะเจ้าหน้าที่วิหารสมเด็จองค์ปฐม และเจ้าหน้าที่มณฑปพระศรีอาริย์ ต่างก็ได้ช่วยกันจัดเตรียมอยู่เป็นเวลาหลายวัน ขบวนแห่จึงได้ออกมาดูสวยงาม เพราะว่าหลวงพี่ชัยวัฒน์ ท่านได้รับมอบหน้าที่ให้เข้ามาช่วยในด้านนี้

ทราบข่าวว่าเดิมที ทางวัดจะใช้รถปิ๊คอัพอัญเชิญสรีระศพของท่าน ต่อมาพระเจ้าหน้าที่ อันมี หลวงพี่พระปลัดสมนึก, หลวงพี่สมุห์มงคลเวช, หลวงพี่ใบฏีกาพิษณุ, หลวงพี่บุญชู หลวงพี่ทนงศักดิ์ หลวงพี่ชิดชนก หลวงพี่ชูชัย ได้เสนอหลวงพ่อเจ้าคุณขอซ่อมยานพาหนะ (คล้ายราชรถ) ที่เคยอัญเชิญสรีระศพของท่านเมื่อปี 2536 จากศาลา 12 ไร่มาที่วิหารแก้วร้อยเมตร หลังจากจัดงานบำเพ็ญกุศลครบ 100 วันแล้ว จากนั้นอาจารย์จากโรงเรียนพระสุธรรมฯ ช่วยกันผูกผ้าและจัดดอกไม้

เพราะฉะนั้น ขบวนแห่ในครั้งนี้จึงสวยงามอลังการ โดยเฉพาะขบวนที่ 1 เป็นการอัญเชิญป้ายอักษร "คณะศิษย์พระราชพรหมยาน หลวงพ่อฤาษีลิงดำ" ถือป้ายโดยคณะนักเรียนพระสุธรรมฯ ตามด้วยชุดนางฟ้าโปรยดอกไม้อีก 20 คน ต่อจากนั้นจะเป็นผู้อัญเชิญเสลี่ยงบายศรี และเสลี่ยงสมเด็จองค์ปัจจุบัน ผู้ถือเสลี่ยงคณะคุณวัฒน์ จากกาญจนบุรี พร้อมกับขบวนธงชาติและธงธรรมจักรขนาบอยู่สองข้างขบวน ซึ่งมีเด็กนักเรียน รร.พระสุธรรมฯ ถือธงอยู่ด้านขบวน ส่วนหลังขบวนก็มีญาติโยมหลายท่าน

เดิมทีหลวงพี่ชัยวัฒน์จะจัดให้ "คณะศิษย์อาวุโส" เป็นผู้ถือพานพุ่มอยู่แถวหน้า เช่นคณะบ้านก๋ง คณะโคราช, คณะตาพระยา, คณะสุราษฎร์, คณะเชียงใหม่, พะเยา, เชียงราย, พิษณุโลก และคณะป่าละอู เป็นต้น แต่เจ้าหน้าที่จัดขบวนคือ "คณะอาจารย์วิชชุ" ไม่สามารถจัดได้ทันเวลา จึงต้องให้คณะเจ้าหน้าที่วิหารสมเด็จองค์ปฐมและพระศรีอาริย์ อยู่หน้าขบวน เพื่อจะได้เข้าไปช่วยจัดเครื่องบูชาในวิหารแก้วได้ทันท่วงที

งานนี้ได้มีการวางแผนกัน มีการซักซ้อมทั้งวงโยธวาทิต ขบวนตุง ขบวนธง เดินกันอยู่หลายวัน แต่พอถึงวันจริงก็ไม่สามารถจะทำได้ตามเป้าหมาย เพราะคนมามากเหลือเกิน จนกระทั่งหลวงพ่อเจ้าคุณท่านได้พูดกับหลวงพี่ชัยวัฒน์ว่า "เกินความคาดหมายจริงๆ"

ต่อมาเป็นขบวนที่ 2 ถือว่าเป็นขบวนหลวง แถวหน้าเป็นขบวนฟ้อนรำชุด "พุทธานุภาพ" จำนวน 6 คน ต่อด้วยขบวนเสี่ยงบายศรี และเสลี่ยงสมเด็จองค์ปฐม ประทับนั่งบนดอกบัวแก้ว ภายใต้ฉัตรแก้วที่สวยงาม ผู้ถือบายศรีและสมเด็จองค์ปฐมคือ คณะแปดริ้ว (คุณกุ้ง และคุณเอก) พร้อมด้วยคณะอีก 40-50 คน ต่างก็ลงทุนตัดชุดขาวอย่างสวยงาม ที่เรียกว่า "ชุดไทยอัมรินทร์" ช่วยกันเดินถือร่ม พัดหางนกยูง และตุงเป็นต้น

ส่วนคุณปิราณี (ช่วยซ่อมปิดทองและปิดเพชรรูปหลวงพ่อ และพานพุ่มเพชร) พร้อมด้วยคุณบี๋ ต่างก็แต่งชุดไทยด้วยผ้าไหมเช่นกันเดียวกับหลายๆ ท่านที่ไม่สามารถเอ่ยนามได้หมดทุกคน บางท่านก็ทำบายศรีมาเอง บ้างก็ทำพานธูปเทียนมามาเข้าขบวนแห่ด้วยอย่างสวยงาม

สำหรับสัปทนและชุดราชปะแตนของเด็กนักเรียน คุณรัตนา ชินบุตรานนท์ เจ้าของร่มลีโอ (ไทยโอเชื่ยน) พร้อมด้วยคุณสุชัย (ท้ง) ชินบุตรานนท์ เป็นผู้จัดทำถวายอย่างสวยงามยิ่ง งานนี้มีคณะศิษย์ช่วยกันหลายด้าน จนยากที่เอ่ยถึงได้หมดทุกท่าน ต่างก็ต้องจารึกไว้อยู่ในความทรงจำ นับเป็นประวัติศาสตร์ของชีวิตที่ได้ร่วมงานกันในครั้งนี้

ครั้นถึงเวลา 07.30 น. คณะพระภิกษุจำนวน 12 รูป มีหน้าที่อัญเชิญพระศพหลวงพ่อจากตึกขาวชั้น 4 ลงมาที่ชั้นล่าง เพื่อประดิษฐานบนฐานโลงมุก (เดิมเคยใช้ในงานบำเพ็ญกุศล 100 วันที่ศาลา 12 ไร่) คณะจเรเป็นผู้ช่วยเหลือ จากนั้นได้อัญเชิญพระเดชพระคุณหลวงพ่อฯ มาที่ราชรถ โดยมีคุณพี่ประสงค์ จากภูเก็ต ช่วยกางกั้นด้วยสัปทนสีทองยอดเพชร หลวงพ่อท่านเจ้าคุณฯ และหลวงพ่อโอ หลวงพี่อาจินต์ หลวงพี่ปลัดสมนึก และพระภิกษุเจ้าหน้าที่อีกหลายรูป ต่างก็ช่วยกันอัญเชิญมาพร้อมๆ กัน

เมื่อเสร็จสิ้นการอัญเชิญพระศพหลวงพ่อมาถึงราชรถแล้ว คณะจเรจำนวน 12 คน จึงได้ลากออกมาตรงจุดศูนย์กลางลาน 25 ไร่ ท่ามกลางสายตาของคณะศิษย์ทั้งหลาย ที่กำลังจัดขบวนแถวรออยู่ ซึ่งมีผู้คนเต็มลาน 25 ไร่ ส่วนใหญ่แต่งกายชุดขาวตามที่นัดหมายกัน ราชรถเคลื่อนออกมาช้าๆ โดยมีขบวนตุงใหญ่ 2 แถว เป็นรูปพระพุทธเจ้าประทับยืนสีทอง มีพื้นผ้าเป็นสีม่วงเข้ม จำนวน 10 ตุง และตุงอีกด้านหนึ่งมีพื้นขาวเป็นรูปแจกันดอกไม้สีทอง จำนวน 10 ตุงเช่นกัน

ครั้นได้เวลา 08.00 น. หลวงพี่ชัยวัฒน์ และหลวงพี่บุญชู จึงได้ให้สัญญาณเริ่มเคลื่อนขบวนที่ 1 โดยมีวงโยธวาทิต เดินนำขบวนออกไปทางด้านปราสาททองคำ แล้วเลี้ยวซ้ายออกทาง 12 ไร่ ขบวนที่ 1 ยาวเหยียด นำด้วยขบวนธงชาติและธงธรรมจักร อันมีเสลี่ยงบายศรี เสลี่ยงสมเด็จองค์ปัจจุบัน, รูปท่านปู่-ท่านย่า, รูปท้าวมหาราช เป็นต้น ทุกคนยิ้มแย้มสดใส ทั้งๆ ที่เพิ่งเดินทางมาถึงวัดตั้งแต่เช้ามืด ส่วนใหญ่จะมาค้างคืนกันก่อน

ต่อมาเป็นขบวนแถวที่ 2 อันมีขบวนร่มและขบวนตุงนำขบวน ซึ่งมีการถือเสลี่ยงบายศรี เสลี่ยงสมเด็จองค์ปฐม และขบวนพระสงฆ์เดินถือรูปหลวงปู่ปาน, หลวงปู่พระสุปฏิปันโน 7 รูป, ต่อมาเป็นพัดยศ, ตราตั้ง, บาตร, จีวร และรูปหลวงพ่อพระราชพรหมยาน จากนั้นเป็นขบวนพระสงฆ์วัดท่าซุง และพระอาคันตุกะ พร้อมทั้งคณะศิษย์อาวุโส มีคณะมูลนิธิหลวงปู่ปาน-หลวงพ่อ, คณะกองทุน, คณะครูฝึก, คณะครูโรงเรียนพระสุธรรมฯ, และผู้ช่วยเหลือวัดมานาน

ในขณะที่จัดขบวนแถว ปรากฏว่ามีการยืนสลับแถวกันบ้าง แต่ทุกคนต่างก็มีอารมณ์ใจสดใส เปิดโอกาสให้ผู้จัดขบวนได้เข้ามาจัดแถวให้ถูกต้องยิ่งขึ้น บางท่านก็เสียสละทั้งที่เป็นศิษย์อาวุโสมาก่อน นับว่ามีน้ำใจงดงามยิ่ง ไม่ถือตัวถือตนจนเกินไป สมกับเป็นผู้ใหญ่เป็นตัวอย่างที่ดีของคณะศิษย์รุ่นต่อไป แถวหน้าคณะศิษย์อาวุโสมี ม.ล.เอื้อมสุขย์ กิติยากร, ดร.ปริญญา นุตาลัย และ ม.ล.ภาวินี สันติศิริ ทั้ง 3 ท่านเดินถือพานขอขมา

ขบวนแถวทั้งหมดเดินตามกันไปจนออกสู่ถนนใหญ่หน้าวัด โดยมีผู้คนยืนอยู่เต็มสองข้างทาง เสียงวงโยธวาทิตดังกระหึ่มไปทั่วบริเวณ ทุกคนเดินด้วยความปลื้มปึติ ถึงแม้จำนวนคนจะมาก แต่พวกเราทุกคนต่างก็มีดวงใจเดียวกัน นั่นก็คืออัญเชิญร่างอันไร้วิญญาณของพ่อ เพื่อกลับคืนสู่วิหารแก้วของท่าน ตามคำบัญชาของท่านตั้งแต่ยังมีชีวิตอยู่ว่า หลังจากท่านมรณภาพแล้ว ให้นำสรีระศพของท่านประดิษฐานไว้ในวิหารแก้วแห่งนี้

บัดนี้พวกเราเหล่าลูกหลาน ต่างก็ได้กระทำตามโนปณิธานของท่านทุกประการ ถึงแม้การประดิษฐานอยู่ในวิหารแก้วมานานเกือบ 20 ปีแล้ว แต่ก็มีอุปสรรคด้วยอุทกภัย พวกเราก็ไม่ย่อท้อต่างพากันซ่อมแซมฐานบุษบกและวิหารแก้วใหม่ แล้วอัญเชิญท่านกลับมาดังเดิม ขบวนแถวเดินมาถึงทางเข้าวิหารแก้ว ขบวนที่ 1 ได้แหวกแถวออก พร้อมกับยืนหันหน้าพนมมือออก 2 แถว เพื่อต้อนรับขบวนที่ 2 ที่กำลังเดินเข้ามา

มองเห็นขบวนแถวธงชาติ และธงธรรมจักร โบกสบัดอยู่สองข้าง ขบวนตุงสองแถวเดินเข้าสู่ท่ามกลาง ทุกคนพยายามมองดูขบวนราชรถ ซึ่งมีขบวนตุงใหญ่ 2 แถวถือขนาบข้าง ท่านรองผู้กำกับประสาท เป็นพลขับ คอยบังคับพวกมาลัยอยู่บนราชรถ เทพบุตรถือพานขอขมา แวดล้อมด้วยดอกไม้ที่ประดับหลายหลากสีอยู่บนราชรถ มองเห็นผ้าม่านลวดลายสีทองสวยงามของพี่มายิน และกังสดาลที่แขวนอยู่บนช่อฟ้าแกว่งไกวไปมาของหลวงพี่ไพบูลย์

ขบวนราชรถเคลื่อนสู่หน้าซุ้มประตูทางเข้าวิหารแก้ว พระสงฆ์ได้อัญเชิญฐานมุกออกมา ทุกคนพยายามมองพระศพหลวงพ่อฯ อย่างใกล้ชัด โดยมีครอบแก้วใสๆ ครอบอยู่ ร่างของท่านอยู่ภายใต้ "ผ้าห่มทองคำ" นับเป็นครั้งแรกที่ได้ปกปิดสังขารของท่าน จึงมองเห็นส่วนใบหน้าและศีรษะของท่าน จะเห็นเส้นผมมีเกล็ดแก้วอยู่บางๆ ส่วนผิวของท่านคล้ำ ปราศจากกลิ่น ทั้งๆ ที่ได้มรณภาพนานเกือบ 20 ปีแล้ว ซึ่งพระสงฆ์วัดท่าซุงได้เปลี่ยนผ้าจีวรของท่านทุกปี คราวนี้ได้มีการเปลี่ยนผ้าจีวรให้ท่านในตอนเช้าวันที่ 27 ม.ค. 55

ระหว่างที่พระสงฆ์หามพระศพหลวงพ่อที่อยู่บนฐานมุก มีฝาครอบแก้วใส ซึ่งมีหลวงพ่อท่านเจ้าคุณ, หลวงพ่อโอ, หลวงพี่ชัยวัฒน์, หลวงพี่อาจินต์ เดินถือพานขอขมา เดินนำหน้าเป็นสองแถวเพื่ออัญเชิญพระศพหลวงพ่อฯ กลับเข้าสู่พระวิหารแก้ว ทั้งหมดได้เดินผ่านขบวนแถวที่ยืนพนมมือยืนอยู่ ขณะนั้นวงโยธวาทิตได้บรรเลงเพลงมหาฤกษ์มหาชัย แล้วเดินขึ้นบันไดของวิหาร ผ่านแถวพระสงฆ์ที่ยืนพนมมืออยู่สองข้างประตู เข้ามาภายในวิหาร แล้วเลี้ยวซ้ายเข้าไปที่บุษบก

ในระหว่างนี้ เจ้าหน้าที่ได้ปิดประตูพระวิหารแก้ว แล้วเปิดโอกาสให้ญาติโยมได้เดินเข้าประตูที่สองของวิหาร ในขณะที่หลวงพ่อเจ้าอาวาสและพระสงฆ์ทั้งหลาย เดินเข้าไปนั่งในอาสนะที่จัดเตรียมไว้ในวิหาร เพื่อรอการอัญเชิญพระศพขึ้นประดิษฐานบนบุษบกต่อไป ในขณะนี้โคมไฟด้านในห้องบุษบกจะปิดลง และม่านด้านหน้าบุษบกได้ปิดลงเช่นกันทั้งสามช่อง เพื่อเป็นการพลางตาชั่วขณะ แต่ทุกคนก็ยังพอมองเห็นภาพด้านในลางๆ

หลวงพี่ชัยวัฒน์ได้บรรยายว่า ขณะนี้ได้มีการอัญเชิญพระศพหลวงพ่อฯ ขึ้นไป และห่มด้วยผ้าห่มทองคำ พร้อมกับฝาครอบแก้ว จากนั้นได้ทำการรื้อนั่งร้าน ช่วงนี้หลวงพ่อเจ้าคุณฯ ตั้งนะโม นำสวดอิติปิโส พร้อมกัน เป็นเวลาเดียวกับโคมไฟบุษบกได้เปิดขึ้น ความสว่างได้ทำให้เห็นพระสรีระศพหลวงพ่อฯ ได้ชัดเจน มองเห็นม่านทั้งสามช่องเปิดออกพร้อมๆ กัน โดยคณะนักเรียนแต่งชุดฟ้อนรำ "พุทธานุภาพ"

นับว่าเป็นอันเสร็จสิ้นพิธีการอย่างสมบูรณ์แบบจริงๆ เสียงสวด "ชยันโต" ดังกระหึ่มไปทั่วภายในวิหาร มองเห็นผู้คนนั่งเต็มไปหมด โดยมีพระสงฆ์นั่งอยู่บนอาสนสงฆ์เป็นแถวยาวเหยียด เห็นบางคนซับน้ำตาด้วยความปลื้มปีติ ที่เห็นงานพิธีทั้งหมดเสร็จสิ้นไปด้วยดี ไม่มีฝนฟ้าให้เป็นอุปสรรค ภารกิจทั้งหมดสมบูรณ์แบบ ด้วยความสามัคคีอันดียิ่ง ซึ่งต้องขออนุโมทนาทุกๆ ท่านไว้ ณ โอกาสนี้ด้วย

หลังจากนั้นเป็นพิธีบวงสรวง และพิธิขอขมากรรม โดยตัวแทนคณะสงฆ์ ได้แก่หลวงพี่ท่านเจ้าคุณภาวนาฯ และตัวแทนฝ่ายฆราวาสชาย คือ ดร.ปริญญา นุตาลัย ฝ่ายหญิง ได้แก่ ม.ล.เอื้อมสุขย์ กิติยากร จากนั้นก็เปิดโอกาสให้ทุกคนได้นำเครื่องสักการบูชาเข้าไปถวายวางไว้ที่บนโต๊ะที่จัดเตรียมไว้ให้



ภาพ...ขบวนแห่อัญเชิญพระสรีระศพหลวงพ่อกลับวิหารแก้ว
































ภาพ/สไลน์ภาพ...งานวันที่ 28 มกราคม 2555 วันมหามงคลยิ่ง


ภาพ...ตั้งขบวนอัญเชิญหลวงพ่อสู้วิหารแก้ว 100 เมตร




เตรียมจัดตั้งขบวนแห่อัญเชิญ

อัญเชิญเข้าสู่วิหารแก้ว

ภาพ...ขบวนแห่อัญเชิญพระศพหลวงพ่อพระราชพรหมยานมหาเถระ




เริ่มเคลื่อนขบวนออกจากตึกขาว

ถึง...มหาวิหารแก้ว 100 เมตร

ภาพ...พระภิกษุสงฆ์ สวดธัมมนิยาม ถวายหลวงพ่อ ที่วิหารแก้ว 100 เมตร




ร่วมกันสวดธัมมนิยาม

หลวงพ่อเลี้ยงอาหารฟรี


◄ll กลับสู่สารบัญ


[ PROFILE ] [ FIND ] [ U2U ]
[*] posted on 30/1/12 at 16:24 [ QUOTE ]



ภาพ...พระมหาเถรานุเถระ ถวายกุศลแด่พระเดช พระคุณหลวงพ่อ












ภาพสไลน์...งานวันที่ 29 มกราคม 2555 วันถวายกุศล





ร้านอาหารกองทุน
ถวายภัตตาหารเช้าแด่พระภิกษุสงฆ์

ที่หน้าวิหารแก้ว 100 เมตร




ต้อนรับพระมหาเถรานุเถระ

พระมหาเถรานุเถระ เจริญพระพุทธมนต์



◄ll กลับสู่สารบัญ


[ PROFILE ] [ FIND ] [ U2U ]
ตั้งหัวข้อใหม่

Go To Top