Not logged in [Login - Register]
Go To Bottom
Printable Version | Subscribe | Add to Favourites ตั้งหัวข้อใหม่
[*] posted on 11/10/18 at 17:00 [ QUOTE ]

วันคล้ายวันสวรรคต พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร


สารบัญ (เลือกคลิกที่รายการ)

[01]
ตอนที่ 1 ฆราวาสเป็นอรหันต์
[02] ตอนที่ 2 ฆราวาสเป็นอรหันต์ (ต่อ)

[03] ตอนที่ 3 "ในหลวง" เคยได้อานาปานุสติมาก่อน


...ตามที่มีข่าวว่า...ในวันเสาร์ที่ 13 ตุลาคม 2561 ถือเป็นวันคล้ายวันสวรรคต พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร

ในการนี้ สำนักพระราชวังออกหมายกำหนดการพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศล เนื่องในวันคล้ายวันสวรรคตพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร

พร้อมกับเชิญชวนประชาชนชาวไทย มาร่วมน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ด้วยการมาร่วมงาน โดยสวมเสื้อเหลืองอย่างพร้อมเพรียงกัน

...ทางทีมงานเว็บวัดท่าซุง จึงต้องขอรำลึกถึงพระมหากุณาธิคุณของพระองค์อย่างล้นพ้น ถึงแม้พระองค์จะจากไปด้วยพระวรกาย แต่พระราชหฤทัยของพระองค์ ยังคงผูกพันถึงพสกนิกรชาวไทยมิรู้ลืม

ด้วยเหตุนี้ ในฐานะที่พระองค์ทรงเคารพนับถือว่า "หลวงพ่อพระราชพรหมยาน" เป็นอาจารย์ของพระองค์ด้วย จึงขอนำคำสนทนามาในอดีต เพื่อเป็นการน้อมรำลึกถึงอีกครั้งหนึ่ง

โดยเฉพาะที่เกี่ยวเนื่องกับ "พระวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าหญิงวิภาวดี รังสิต" ซึ่งประสบเหตุถูกยิงบนเฮลิคอปเตอร์ จนสิ้นชีพิตักษัยที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี เมื่อปี ๒๕๑๙


ฆราวาสเป็นอรหันต์

พระวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าหญิงวิภาวดี รังสิต



ก่อนสิ้นชีพิตักษัยทรงเปล่งวาจาว่า..หญิงขอลาไปนิพพาน
พร้อมกับฝากทูลลา "พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว" ด้วย

โดย หลวงพ่อพระราชพรหมยาน

"...ท่านก็เอาหนังสือออกมา พระราชินีเขียนคำถามมา ๓ ข้อ บอกนี่พระราชินีเขาสงสัย นี่ความจริงพระราชินีเป็นเจ้าภาพน่ะ ท่านย่องเอาปัญหามาถามเสียเอง

ถามว่า “ท่านหญิงวิภาวดีที่ต้องตายแบบนี้เพราะอาศัยอกุศลกรรมอะไร และมีอะไรเป็นวิบาก...?”

ก็เลยบอกว่า “ที่ตายแบบนี้ไม่ใช่อกุศล มันเป็นตายเพราะอำนาจของกุศล”

ท่านบอก “เอ๊ะ! อำนาจของกุศลทำไมถูกยิงตายล่ะ”

มีแย็บเหมือนกันนะ บอกว่าเรื่องถูกยิงตายก็เป็นเรื่องของคนที่ต้องตายในทำนองนั้น ท่านก็ไล่ไปไล่มา

ก็เลยบอกว่า “ท่านหญิงวิภาวดีชาติก่อนเป็นผู้ชาย นี่เป็นผู้ชายมานาน เพิ่งจะมาเป็นผู้หญิง และตอนเป็นผู้ชายนี่เป็นนักรบน่ะ การเป็นนักรบก็ต้องฆ่าคน วิบากที่จะเข้ามาถึงก็หมายถึงว่ากรรมที่เคยฆ่าคน เป็นเศษกรรม”

ท่านก็บอก “อ๋อ...ใช่ครับ ดูตัวอย่างพระโมคคัลลาน์”

อันนี้ท่านมีความเข้าใจมาก อย่างพระโมคคัลลาน์นี่ต้องถูกตีถูกทุบตายก็เพราะว่า พระโมคคัลลาน์ก็รู้ตัวว่าโจรจะมาล้อมฆ่า ท่านหนีไปสองครั้ง และต่อมาครั้งหลังโจรมันล้อม

ท่านพิจารณาดูตัวเองว่าเป็นเพราะอะไร กรรมที่เคยฆ่าพ่อฆ่าแม่ ถอยหลังจากนี้ไปพันชาติ ที่ฆ่าพ่อฆ่าแม่มันมาถึง ท่านก็เลยยอมให้โจรทุบ

นี่ความจริงท่านจะหนีไปเสียก็ได้ ท่านใช้อำนาจฤทธิ์กำจัดโจรพวกนั้นก็ได้ แต่ท่านก็ยอมรับกรรม”

และท่านก็ถามมาอีกคำว่า “ท่านหญิงวิภาวดีก่อนที่จะสิ้นใจ ทราบว่าเปล่งวาจาถึงพระนิพพานใช่ไหม...?”

ก็บอกว่า “ใช่”
ท่านถามว่า “ทำไมถึงเปล่งวาจาถึงพระนิพพาน...?”

ฮึ ! ก็บอกว่าท่านอยากเปล่งแบบนั้นท่านก็เปล่งล่ะสิใช่ไหม

ว่าตอนคุยกันต้นๆ ก็รู้สึกว่าเรียบร้อยดี นี้ตอนราชเลขาตัวอ้วนๆ แกก็นั่งนานไม่ได้ ท่านเสด็จออกมาท่านนั่งพับเพียบ แปะลงไปแล้วไม่เคยกลับเลย

เวลา ๕ ชั่วโมงเศษฉันเอาล่อไป ๖ ครั้งมั้ง พลิกไปพลิกมา สู้ท่านไม่ได้ โอ้โฮ...เก่งจริงๆ ท่านนั่งตัวตรงเป๋ง พอคุยไปพักท่านก็บอกราชเลขา บอกนี่ ไปตามพระราชินีมาซิ เขาจะถามอะไรหลวงพ่อบ้าง

ราชเลขาแกออกไป ก็สักครึ่งชั่วโมง พระราชินีเสด็จมา ตอนพระราชินีเสด็จออกไปและปิดประตู ท่านบอกว่าเล่นมวยวัดกันดีกว่า (หัวเราะ)

แน่ะ! ชวนเล่นมวยวัด คำว่ามวยวัดนี่ก็หมายความคุยแบบสบายๆ คือว่าไม่ต้องคิดว่าท่านเป็นพระมหากษัตริย์

ท่านบอกว่า “ตอนนี้ให้หลวงพ่อคิดว่าผมเป็นพุทธศาสนิกชนและเป็นลูกศิษย์ของหลวงพ่อ ผมถือว่าหลวงพ่อกับวิภาวดีเป็นคนนำทางสวรรค์มาสู่ผม ผมถือว่าเป็นอาจารย์คนสำคัญ ถือว่าเป็นอาจารย์สำคัญ”

ก็เลยถวายพระพรบอกว่า “ถือยังงั้นก็ถูก แต่ว่าทางที่ถูกก็ควรถือว่าพระพุทธเจ้าสำคัญ เพราะธรรมมะได้มานี่เป็นของพระพุทธเจ้า”


ที่มา - หนังสือธรรมปฏิบัติ เล่มที่ ๒๖

(โปรดติดตามตอนต่อไป)

◄ll กลับสู่สารบัญ



[ PROFILE ] [ FIND ] [ U2U ]
[*] posted on 11/10/18 at 17:01 [ QUOTE ]


[ ตอนที่ 2 ]

ฆราวาสเป็นอรหันต์ (ต่อ)


...ท่านถามว่า “อย่างท่านหญิงวิภาวดีนี่ เรียกว่าพระอรหันต์ได้ไหม..?”

ก็เลยถวายพระพรบอกว่า “พระสาวกไม่มีสิทธิ์พยากรณ์ พระที่จะพยากรณ์ได้ มีสิทธิ์พยากรณ์ก็คือพระพุทธเจ้าพระองค์เดียว เพราะอะไร ?

เพราะพระพุทธเจ้าเท่านั้น ที่จะพยากรณ์ใครว่าเป็นพระอรหันต์หรือไม่ แต่ว่าพระสาวกรู้ได้ เพราะตัวเองเป็นถึงอรหันต์ก็รู้ว่าคนอื่นเป็นอรหันต์ได้ แต่ว่าไม่มีสิทธิ์พยากรณ์”

แล้วท่านก็เลยถามว่า “จะเรียกว่าอะไรดี”
ก็เลยบอกท่านว่า “เรียกว่า คนมีอารมณ์เต็มถึงพระนิพพาน”

ท่านก็บอก “เอ๊ะ! ก็เต็มพระนิพพานก็เป็นอรหันต์”

บอกว่า “นี่เป็นเรื่องของพระองค์จะทรงทราบเอาเอง” (หัวเราะ) ไอ้เราไม่มีสิทธิ์นี่ คำว่าอารมณ์เต็มพระนิพพานนี่จะเป็นอะไรให้รู้ไป ก็เลยกราบทูลให้ทรงทราบ บอกว่า

“ถ้าฆราวาสเป็นพระอรหันต์ก็คือต้องบวชในวันนั้น ถ้าไม่ได้บวชในวันนั้น วันรุ่งขึ้นไม่ทันสิ้นแสงอาทิตย์ตกก็ต้องตาย การตายประเภทนี้เรื่องอื่นมาทำไม่ทัน ก็ต้องตายด้วยอุบัติเหตุ”

อย่างสมัยพระพุทธเจ้า ก็มีนางยักษิณีแปลงเป็นวัวแม่ลูกอ่อนขวิดตาย นี้เขาเรียกว่าตายแล้วไปพระนิพพาน

นี่อย่างสมัยนี้ก็ไม่ต้องไปรอนางยักษิณี รถยนต์มีเยอะแยะไป เดินไป..เผลอรถยนต์ก็ชนตาย นี้ก็พูดกันถึงเรื่องท่านหญิงวิภาวดี

ท่านก็เลยบอกว่า “ผมไม่นึกเลย ท่านหญิงวิภาวดีนี่จะมีอารมณ์เข้มข้นแบบนี้”

แต่ก็รู้เหมือนกันว่าท่านมีกำลังใจเข้มแข็ง และไม่ย่อท้อต่อการงาน และเวลาฝึกพระกรรมฐานของท่านรู้สึกว่าจะน้อยมาก ใช้เวลาจริงๆ เพียง ๘ เดือน

๘ เดือนนี่ก็ไม่ได้มานั่งอยู่กับพวกเรา รับฟังนิดหน่อยท่านก็ไปประพฤติปฏิบัติ ก็เลยถามท่านว่า “ท่านหญิงวิภาวดีทำความดีมาตั้งแต่เมื่อไหร่...?”


ท่านหญิงไปนิพพานได้เพราะ "พรหมวิหาร ๔"


ท่านบอกว่า “สิบปีกว่าที่สงเคราะห์ประชาชนไปนั่นก็ท่านทำ กว่าพระเจ้าแผ่นดินจะช่วย ท่านทำมาถึง ๘ ปี ใช้ทรัพย์ส่วนพระองค์หรือใช้ทรัพย์ของท่านหญิงเอง

และต่อมาภายหลังพระเจ้าแผ่นดินก็ทรงช่วย ท่านแต่งหนังสือเก่ง ท่านแปลหนังสือได้ รายได้จากค่าซื้อลิขสิทธิ์ได้มาหนึ่งแสนสองแสนท่านก็มาใช้ ท่านชายให้ท่านบ้าง ท่านก็มาใช้

การใช้ของท่านสงเคราะห์คนทั้งหมด สงเคราะห์คนจนต่างๆ ให้ประกอบอาชีพจักสานบ้าง ทำทุกอย่างที่เขาทำได้ แกะสลักก็ตาม

แล้วท่านก็มาขายให้..มาขายให้ เมื่อได้สตางค์ก็ไปให้เขา แล้วเอาทุนทรัพย์นี่ไปสร้างโรงเรียน จ้างครูสอน เอาใช้เป็นส่วนสำหรับตรงนั้นของท่านหญิงเองทำอย่างนี้มา ๑๐ ปีกว่า”

ก็เลยถามพระองค์ว่า “ทำอย่างนี้ถ้าจิตไม่เข้มแข็งทำได้ไหม...?”
ท่านบอกว่า “ทำไม่ได้”

“ในเมื่อมีความเข้มแข็งในด้านนี้แล้ว เขาเรียกว่าอะไร..?”
ถามท่านบ้าง ต่างคนต่างถาม เรามีสิทธิ์ถามเหมือนกันนี่ ใช่ไหม..ไม่ใช่มานั่งมีสิทธิ์ถามคนเดียวนะ

ท่านก็เลยบอกว่า “ต้องมีอารมณ์ตั้งอยู่ในพรหมวิหาร ๔”
“นี่.หมายความว่าพรหมวิหาร ๔ นี่เป็นแกนใหญ่”

ท่านถาม “แกนใหญ่อะไร...?”

บอก “ศีลบริสุทธิ์ได้ก็เพราะพรหมวิหาร ๔ สมาธิจะทรงตัวได้ก็เพราะพรหมวิหาร ๔ วิปัสสนาจะทรงได้เพราะพรหมวิหาร ๔

ในเมื่อมีพรหมวิหาร ๔ อารมณ์จิตมันเย็น ไอ้คนที่มีพรหมวิหาร ๔ เป็นปกตินี่ อารมณ์ใจเขาเย็นไม่ร้อน เพราะอะไร เพราะมีความ "เมตตา" ความรัก ใช่ไหม..

ไอ้ตัวรักไม่ใช่รักในราคะ รักด้วยความปรานี
กรุณา..มีความสงสาร อารมณ์นี้มันไม่ร้อน
มุทิตา..ไม่อิจฉาริษยาใคร เห็นชาวบ้านเขาได้ดีพลอยยินดีด้วย
อุเบกขา..ถ้าสิ่งใดเป็นกฎธรรมดามันเข้ามาถึงเรา

เช่น พ่อตายแม่ตาย ลูกตาย หลานตาย ตัวป่วยไข้ไม่สบายจวนจะตาย ถือว่าเป็นเรื่องธรรมดา มีอารมณ์ไม่หวั่นไหว อันนี้มันก็มีอารมณ์เย็น”

ก็กราบทูลท่านบอกว่า “การรู้ว่าท่านหญิงวิภาวดีทำแบบนี้ ก็เป็นการเจริญพระกรรมฐานมาโดยตรง แต่ไม่รู้ตัวว่าตัวทำ คือไม่เข้าใจว่าเป็นการปฏิบัติพระกรรมฐาน


แต่จิตแบบนี้เขาถือว่าทรงฌานใน "พรหมวิหาร ๔" เพราะการทรงฌานนี่..ไม่ใช่ไปนั่งหลับตาส่ง ไอ้คนที่นั่งหลับตาส่ง..มันไม่ใช่คนดี คือมันยังไม่ได้ดี

ถ้าดีจริงๆ มันต้องจิตทรงอยู่ตลอดวัน จิตเราคุมอยู่ในพรหมวิหาร ๔ ตลอดวัน เราไม่คิดจะเป็นศัตรูกับใคร เราจะมีความเมตตาปรานีสงสารสงเคราะห์เขา

เราไม่อิจฉาริษยาเขา พลอยยินดีเมื่อบุคคลอื่นได้ดี และกรรมใดที่เป็นอกุศลกรรมมาสนองเราไม่หนักใจ อย่างนี้ชื่อว่าเราเป็นผู้ทรงฌานในพรหมวิหาร ๔”

ท่านก็เลยตรัสบอกว่า “ผมก็เคยแนะนำเขาไปยังงั้นเหมือนกัน”


ที่มา - หนังสือธรรมปฏิบัติ ๒๖ หน้าที่ ๓๓-๖๔

(โปรดติดตามตอนต่อไป)

◄ll กลับสู่สารบัญ



[ PROFILE ] [ FIND ] [ U2U ]
[*] posted on 12/10/18 at 15:17 [ QUOTE ]


[ ตอนที่ 3 ]

"ในหลวง" เคยได้อานาปานุสติมาก่อน


...อีกตอนหนึ่งที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวตรัสกับพ่อว่า "ท่านหญิงวิภาวดี" มีความห่วงใยในพระองค์มาก เพราะว่ามาเตือนอยู่เสมอ

ขณะที่พระองค์ตรัส รู้สึกว่าเหลียวซ้ายแลขวา และก็ตรัสอีกว่า เวลานี้หายไป การที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงทราบว่า ท่านหญิงวิภาวดีมาเยี่ยมอยู่เสมอ และก็ตักเตือนเสมอ

จุดนี้ขอบรรดาลูกรักจงจำให้ดี ว่าความรู้สึกอย่างนี้จะมีขึ้นมาได้ นั่นก็คือ บุคคลผู้นั้นจะเป็นใครก็ตาม จะต้องมีอารมณ์เข้าถึงทิพจักขุญาณ

คือมีอารมณ์เป็นทิพย์ มีความรู้สึกทางใจคล้ายกับตาทิพย์ ในเมื่อท่านได้ทิพจักขุญาณ ท่านก็มีโอกาสรับสัมผัสได้

นี่แสดงว่าพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีพระราชภารกิจมาก เรื่องของพระองค์มีเรื่องกวนทั้งกายและก็ใจ

อย่างที่บรรดาลูก ๆ ทั้งหลายจะไม่มีโอกาสประสบการรบกวนอย่างพระองค์เลย กลางวันก็ไม่ได้พักกลางคืนก็ไม่ได้พัก มีเวลาพักอยู่นิดเดียวพระองค์ทรงทำพระกรรมฐาน และก็ทรงทำได้ดี

บุคคลประเภทนี้ ลูกควรจะลอกแบบเข้าไว้ การเลียนแบบ การลอกแบบ “การปฏิบัติตามท่านในด้านของความดีไม่ใช่ความเสีย เป็นผลกำไรที่เราไม่ต้องรื้อฟื้นเอง”

ความจริงท่านหญิงวิภาวดี รังสิต นี่เป็นลูกศิษย์เจริญพระกรรมฐานกับอาตมาเป็นเวลา ๘ เดือน หลังจากที่ท่านมาเรียนพระกรรมฐานด้วยสัก ๗ วัน

ไม่ใช่มานอนปฏิบัติด้วยนะ ไม่ใช่เกาะครูนะเป็นแต่เพียงมาศึกษาพอเข้าใจ แล้วก็กลับไปปฏิบัติเอง ๗ วัน ผ่านไป ก็ปรากฏว่าท่านได้ธรรมปีติเป็นกรณีพิเศษ

เป็น "อุเพ็งคาปีติ" และสามารถควบคุมสมาธิได้ตามเวลาที่ต้องการ แล้วต่อมาท่านก็ไปเฝ้าพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว กราบทูลอาการนี้ให้ทรงทราบ

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจึงได้ทรงมีพระราชดำรัสว่า

“ถ้าอย่างนั้นท่านหญิงต้องไปขอหนังสือ "คู่มือปฏิบัติพระกรรมฐาน" มาให้ฉันเล่มหนึ่งจากหลวงพ่อ ไม่อย่างนั้นท่านหญิงจะออกหน้าฉันไป ฉันไม่ยอม”

ท่านหญิงวิภาวดี รังสิต จึงมาแจ้งอาตมาทราบ อาตมาก็มอบหนังสือไปถวายแล้ว บอกกับท่านว่า

“ท่านหญิง..ระวังจะเสียท่าพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เพราะว่าพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงได้พระกรรมฐานมาตั้งแต่เด็ก


ถ้าท่านหญิงสงสัยละก็ไปสอบถามท่านว่า เมื่ออายุประมาณ ๗–๘ ปี ไม่เกิน ๑๒ ปี ท่านเคยเจริญอานาปานุสสติกรรมฐานจนกระทั่งเห็นแสง มีอารมณ์จิตแน่นสนิทเป็นสมาธิดี

ท่านได้มาตั้งแต่ตอนนั้นจนปัจจุบันท่านก็ไม่ได้ละ เวลานี้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีกำลังสมาธิสูงมาก

สามารถเข้าฌานออกฌานได้ตลอดเวลา และยิ่งกว่านั้น ยังสามารถฝึกสมาธิเป็นพิเศษเป็นกีฬาสมาธิ บางส่วนได้ด้วย..”
เมื่อท่านหญิงวิภาวดี รังสิต ได้รับทราบ เมื่อเอาหนังสือไปถวายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวก็ทูลถาม ท่านก็ทรงรับว่าเป็นความจริง

หลังจากนั้นมา "ท่านหญิงวิภาวดี รังสิต" ท่านก็เจริญพระกรรมฐานวิปัสสนาญาณ พระกรรมฐานนี่มี ๒ อย่าง คือ สมถภาวนาด้านสมาธิจิต ซึ่งต้องควบคู่กับวิปัสสนาญาณ

ถ้าฝึกเฉพาะสมถภาวนาประเดี๋ยวมันก็พัง ถ้าไม่ฝึกควบคู่กับวิปัสสนาญาณ แล้วก็เอาดีไม่ได้

เมื่อสมาธิดี เข้มข้นดี วิปัสสนาญาณยังอ่อน ตอนหลังก็พยายามฝึกควบวิปัสสนาญาณให้มีความเข้มแข็งเท่าสมาธิจิต..."


ที่มา - หนังสือธรรมปฏิบัติ ๒๖ หน้าที่ ๓๓-๖๔

(โปรดติดตามตอนต่อไป)

◄ll กลับสู่สารบัญ



อ้างอิง - ฆราวาสเป็นอรหันต์ https://pantip.com/topic/30433322
อ้างอิง - มวยวัด https://www.facebook.com/504308093014272/photos/a.504312723013809/951214291656981/?type=1&theater


[ PROFILE ] [ FIND ] [ U2U ]
[*] posted on 12/10/18 at 22:39 [ QUOTE ]


.

[ PROFILE ] [ FIND ] [ U2U ]
[*] posted on 13/10/18 at 05:57 [ QUOTE ]


.

[ PROFILE ] [ FIND ] [ U2U ]
ตั้งหัวข้อใหม่

Go To Top