Not logged in [Login - Register]
Go To Bottom
Printable Version | Subscribe | Add to Favourites ตั้งหัวข้อใหม่
[*] posted on 13/8/19 at 17:34 [ QUOTE ]

ประสบการณ์ และความประทับใจ โดย พล.อ.ท. ม.ร.ว.เสริม ศุขสวัสดิ์


สารบัญ (เลือกคลิกที่รายการ)

ตอนที่ 1 ประสบการณ์ และความประทับใจ โดย พล.อ.ท. ม.ร.ว. เสริม ศุขสวัสดิ์


[ ตอนที่ 1 ]
(Update 14 สิงหาคม 2562)


ประสบการณ์ และความประทับใจ
โดย พลอากาศโท ม.ร.ว. เสริม ศุขสวัสดิ์


"...เมื่อมีผู้ชักชวนให้พวกศิษย์เขียนประสบการณ์ และความประทับใจในหลวงพ่อ (พระมหาวีระ ถาวโร หรือ พระสุธรรมยานเถระ หรือ พระราชพรหมยาน)

ผู้เขียนก็เกิดความรู้สึกว่า การกระทำเช่นนี้ อาจเป็นเหตุให้มีผู้ตำหนิว่าอวดอ้างอาจารย์ได้ แต่เมื่อคิดดูแล้วตัด สินใจว่า ให้เป็นเรื่องของผู้ชักชวนรับไปก็แล้วกัน

...โดยธรรมดาคนเราย่อมชอบคนเก่ง ถ้าจะไปหาพระก็ต้องไปหาพระเก่ง ไม่เคยมีใครชักชวนกันไปหาพระไม่เก่งเลย เมื่อพูดถึงพระเก่งก็ยังมีเก่งใน ๒ ทาง คือ

- เก่งทางธรรมะ
- กับเก่งทางความสามารถพิเศษ เช่นดูหมอ รดน้ำมนต์ รักษาโรค ฯลฯ

เวลาชวนไปหาพระเก่งก็มักจะเป็นพระเก่งความสามารถพิเศษเสียมากกว่า หากชวนไปหาพระเก่งธรรมะ ผู้ถูกชวน ชักจะหน้าเหย เพราะพื้นความรู้ทางธรรมไม่ค่อยมี คุยกันไม่รู้เรื่อง

ในพ.ศ. ๒๕๑๑ คุณเฉิดศรี ภรรยาของผู้เขียนให้ไปทอดกฐินที่วัดท่าซุง ตามคำชวนของ "คุณสุรนุช" ภรรยา พล.อ.ต.พะเนียง กานตรัตน์ (ยศขณะนั้น) บอกว่าพระองค์นี้เก่ง ถามเธอว่าเก่งยังไง ?

เธอเล่าว่า ร.อ.มนูญ ชมพูทีป (ยศขณะนั้น) ถามหลวงพ่อว่าสอบเข้าโรงเรียนผู้บังคับฝูงไปแล้วได้เลขคู่หรือเลขคี่ (เพราะเลขคี่ เข้าเรียนก่อน)

ท่านตอบว่าได้ที่ ๓ ผลปรากฏว่า เป็นดังนั้นจริงๆ ภายหลังผู้เขียนสอบถามคุณมนูญดูก็ได้รับคำยืนยัน เป็นอันว่าไปกฐิน

เมื่อได้มีโอกาสพบปะเป็นการส่วนตัว ก็เรียนถามท่านว่า นรก สวรรค์มีจริงหรือ ท่านตอบว่ามีจริง เพราะท่านเคยไปมาแล้ว เรื่องนี้ถ้าอยากพิสูจน์ก็ต้องฝึกกันให้ไปเห็นด้วยตนเอง

ผู้เขียนนึกในใจว่าต้องอย่างนี้ถึงจะใช้ได้ (ภายหลังหลวงพ่อสอนมโนมยิทธิ คนที่รับการฝึกมีทิพจักขุญาณเห็นสวรรค์ นรกได้จำนวนมากมายเห็นจะหลายหมื่นคน)


...ในโอกาสนั้นผู้ใกล้ชิดบอกว่าท่านมักจะพยากรณ์ให้ ๓ ข้อ จึงขอให้ท่านพยากรณ์เมื่อจุดธูปบูชาพระแล้ว ท่านก็พยากรณ์ (ไม่ใช้ วันเดือนปีหรือลายมือ)

๑. จะปลูกบ้านใหม่
๒. จะเป็นเจ้ากรม
๓. จะได้เข้าวัง

เรื่องปลูกบ้านใหม่นี้ไม่ได้คิดจะปลูก เพราะมีบ้านอยู่แล้วที่สร้างด้วยเงินกู้ธนาคารออมสิน ฐานะก็ไม่ใช่ร่ำรวย ดังนั้นจึงออกจะคิดว่าพยากรณ์ไม่ถูก แต่ไปๆ มาๆ ก็ปลูกจนได้เนื่องจากลูกสาวแต่งงาน

เรื่องเป็นเจ้ากรมก็ได้เป็นจริง และได้รับแต่งตั้งเป็นราชองครักษ์เวร ซึ่งในภายหลังได้มีวาสนารับพระราชทานเหรียญรัตนาภรณ์ และทุติยจุลจอมเกล้า นับได้ว่า "เข้าวัง" ตามที่พยากรณ์

การพยากรณ์ต่างๆ นี้ว่ากันตามตำรา ก็เรียกว่า "ปัจจุบันนังสญาณ" และ "อนาคตังสญาณ" นอกจากฌานเหล่านี้แล้วยังจับได้ว่า "เจโตปริยญาณ" (รู้ใจผู้อื่น) ของท่านก็มี

ยกตัวอย่างผู้เขียนกำลังนึกในใจว่า หลวงพ่อพูดฟังไม่ชัด ขยับไมโครโฟนหน่อยก็จะดีหรอก พอนึกหลวงพ่อก็จับไมโครโฟนขยับทันที

อีกคราวหนึ่งทำกรรมฐานอยู่คนละห้อง พอถึงจังหวะให้พร ผู้เขียนนึกในใจว่า ยถา...หลวงพ่อพูดมาทางไมโครโฟนทันทีว่า วันนี้เหนื่อยมาก "ยถา" ไม่ไหว เรื่องเช่นนี้มีเล่ามากมาย

นักธรรมบริสุทธิ์มักตำหนิว่า ความเก่งอย่างนี้ไม่มีประโยชน์แก่การรู้ธรรม ไม่เป็นปัจจัยแก่การหลุดพ้น แต่ความจริงแล้ว ทางไปสู่การหลุดพ้นพระพุทธเจ้าแสดงว่า "มีมรรค ๘" ทางเดียวทางอื่นไม่มี อันมรรค ๘ นั้น ปฏิบัติแล้ว ผลสรุปไปลงที่ข้อท้าย "สัมมาสมาธิ"

ซึ่งพระพุทธเจ้าทรงขยายความว่าคือการเข้าฌาน ๑ ถึง ๔ จากนั้นจึงไต่ไป "สัมมาญาณ" และ "สัมมาวิมุตติ การได้ญาณต่างๆ จะต้องเป็นผู้ผ่านฌาน ๔ มาก่อน

ดังนั้นที่จับได้ว่าหลวงพ่อมี "ทิพจักขุญาณ" และญาณอื่นๆ ก็ย่อมแปลว่าได้ปฏิบัติ "มรรค ๘" ตามที่พระพุทธเจ้าสั่งสอนมาแล้ว

ใน "อุทุมพริกสูตร" พระพุทธเจ้าก็ตรัสว่าได้ "ทิพจักขุญาณ" ก็คือได้ "แก่น" ไปตามความประสงค์

ผู้เขียนต้องการจะชี้ว่า ที่เลื่อมใสในหลวงพ่อนั้น ไม่ใช่ว่าจะหยุดอยู่เห็นแต่ความเก่งแล้วบูชาแต่ตัวหลวงพ่อ ความสำคัญอยู่ที่เป็นการยืนยันคำสอนของพระพุทธเจ้า

ตามที่มีปรากฏในพระไตรปิฎกนั้นว่าเป็นของจริง ปฏิบัติตามเห็นผลได้จริง เป็นการสร้างความเชื่อถือในพระไตรปิฎก อันเป็นหลักฐานอย่างเดียวในพระพุทธศาสนา ทำให้เกิดความมั่นคงยิ่งขึ้น

ในด้านของธรรมแท้ๆ หลวงพ่อได้แสดงธรรมที่เห็นได้ว่าเป็นผู้รู้จริง และสอนให้พยายามปฏิบัติเพื่อพระนิพพานอยู่ตลอดเวลา

เรื่องนี้สังเกตว่าที่อื่นไม่ค่อยจะพูด มีแต่การแสดงหัวข้อธรรมเป็นส่วนใหญ่ ไม่เน้นพระนิพพานซึ่งเป็นจุดหมายของพระพุทธศาสนา

ยกตัวอย่างด้านธรรม หลวงพ่อสอนถึงอารมณ์ในฌานต่างๆ สอนถึงอารมณ์ของพระโสดาบันขึ้นไปจนถึงพระอรหันต์ ซึ่งจะหาองค์อื่นสอนได้อยาก

ขอยกคำพูดสักนิดหนึ่งที่หลวงพ่อพูดคือ ท่านบอกว่าอารมณ์พระอนาคามีนั้นใกล้กับพระอรหันต์มากเหลือเกิน จะเผลอว่าเป็นพระอรหันต์ได้ง่ายๆ แต่นานๆ จะมีอารมณ์บางอย่างปรากฏ ซึ่งรู้ได้ว่ายังไม่ถึง ดังนี้เป็นต้น

เป็นเรื่องที่ท่านรู้แต่ไม่มีในตำรา ท่านสอนมาอย่างนี้ก็ควรรับไว้อย่างนี้ ไม่ควรสันนิษฐานว่า ท่านจะเป็นขั้นนั้นขั้นนี้ เดี๋ยวจะพลาด


...ในด้านความประทับใจ ขอสรุปเพียงสั้นๆ ว่า

๑. หลวงพ่อรู้จริงทั้งทางปริยัติและทางปฏิบัติ ไม่มีการอับจนในปัญหาธรรมทั้งปริยัติและปฏิบัติ ท่านยืนยันว่าพระไตรปิฎกเชื่อถือ ได้มากกว่า ๙๐ เปอร์เซ็นต์ โดยเฉพาะหลักสูตรพระอรหันต์มีอยู่ครบบริบูรณ์

๒ หลวงพ่อไม่หวงลูกศิษย์ ใครจะไปหาอาจารย์ไหน พบว่าเก่งยังไงเอามาเล่าให้ท่านฟังได้สบาย ท่านมักจะพูดว่า ดีช่วยกันหลายๆ คน

นอกจากนั้นไม่พูดด้วยว่าคำสอนของสำนักนั้นๆ ไม่ถูก ไม่ดี หรือที่ท่านสอนจึงจะถูก คนอื่นสอนไม่ถูก

๓. หลวงพ่อมีความเคารพพระพุทธเจ้าเป็นอย่างยิ่ง เวลามีคนชมว่าได้ผลดี เพราะปฏิบัติตามคำสอนของหลวงพ่อ ท่านจะแก้เสมอว่าไม่ใช่คำสอนของท่าน หากเป็นคำสอนของพระพุทธเจ้า

๔. หลวงพ่อเป็นผู้มีพระคุณ ที่แนะวิธีเข้าพระนิพพานให้กับทุกคน.."


(โปรดติดตามตอนต่อไป)

◄ll กลับสู่สารบัญ



[ PROFILE ] [ FIND ] [ U2U ]
[*] posted on 13/8/19 at 17:59 [ QUOTE ]




[ PROFILE ] [ FIND ] [ U2U ]
[*] posted on 14/8/19 at 05:52 [ QUOTE ]


.

[ PROFILE ] [ FIND ] [ U2U ]
ตั้งหัวข้อใหม่

Go To Top