Not logged in [Login - Register]
Go To Bottom
Printable Version | Subscribe | Add to Favourites ตั้งหัวข้อใหม่
[*] posted on 5/2/20 at 09:41 [ QUOTE ]

"บันทึกความจำ" จากอดีตนักเรียน รร.พระสุธรรมยานเถระฯ


สารบัญ (เลือกคลิกที่รายการ)

ตอนที่ 1 สมัยพระเจ้าศรีทรงธรรม
ตอนที่ 2 พบหลวงพ่อครั้งแรก
ตอนที่ 3 มีคนส่งผีมา, คนส่งคุณไสย
ตอนที่ 4 เสียงปริศนาที่หน้าห้องโถง
ตอนที่ 5 พระแม่จามเทวีส่งทหารมารับ
ตอนที่ 6 หลวงพ่อบอกภัยไว้ในอนาคต
ตอนที่ 7 เสียงปริศนา
ตอนที่ 8 หลวงพ่อผู้มีเมตตาต่อลูกๆ หาประมาณมิได้
ตอนที่ 9 เมื่อหลวงพ่อมรณภาพแต่ข้าพเจ้าไม่ทราบ
ตอนที่ 10 ส่งผีพุ่งชนกระจก
ตอนที่ 11 สององครักษ์สี่ขา
ตอนที่ 12 สององครักษ์สี่ขา ตอนที่ 2
ตอนที่ 13 ขนหิน (เพชรพลอย) ลงสระน้ำ

ตอนที่ 14 ปาฏิหาริย์พระคำข้าว พระหางหมาก


[ ตอนที่ 1 ]

ก่อนเริ่มเรื่อง


...สำหรับ "บันทีกความจำ" โดยอดีตนักเรียนภายในวัดท่าซุง ซึ่งเป็นเด็กนักเรียนมาจากต่างจังหวัด ส่วนใหญ่ต้องอยู่หอพักเป็นประจำ เด็กชายต้องอยู่หลังโรงเรียน ส่วนหอพักเด็กหญิงสมัยก่อน อยู่ด้านหลังวิหารแก้วร้อยเมตร

แอดมินไม่ค่อยทราบรายละเอียดเท่าไร เพราะเป็นสถานที่พักของพระเดชพระคุณหลวงพ่อฯ ด้วย หลังกลับมาจากตึกรับแขก ตอนเย็นท่านจะมาพักค้างคืนที่นี่ พอตอนเช้ากลับไปทำงานและฉันเพลที่ตึกริมน้ำ ห้องทำงานของท่านคือ ตึกอินทราพงษ์

สำหรับที่นี่ช่วงเย็นๆ ประมาณ 6 โมงเย็นไปแล้ว หลังจากฉันยาเรียบร้อยแล้ว ท่านมักจะออกมาเดินเล่นบนดาดฟ้า ซึ่งสามารถเดินมาถึงด้านหน้าวิหารร้อยเมตร

ส่วนใหญ่ที่เดินมากับท่านด้วย ก็มีท่านเจ้าคุณอนันต์, คุณครูพรนุช และเด็กนักเรียนหญิงที่มีหน้าที่เลี้ยงอาหารสุนัขด้วย

ถ้าจำไม่ผิด หลวงพ่อตั้งโรงเรียนนี้มาตั้งแต่ปี 2528 มีเด็กนักเรียนจบกันไปหลายรุ่น โดยเฉพาะมีอยู่รุ่นหนึ่งที่รู้จักกัน แต่ความจริงรู้จักกับเด็กนักเรียนหลายคน แต่ไม่ได้เล่าเรื่องราวเหล่านี้ให้ฟัง

มีอยู่คนหนึ่งที่รู้จักไปถึงคุณพ่อคุณแม่ด้วย และเดินทางไปเยี่ยมเยียนถึงที่บ้านทุกปี เมื่อปีที่แล้วทราบข่าวว่า คุณแม่ได้เก็บเส้นผมไว้หลายปีแล้ว ได้เปลี่ยนจากสีดำเป็นสีทอง จึงทำให้ได้เล่าเรื่องสู่กันฟังในเฟซบุค

ด้วยเหตุนี้ จึงขอให้เธอได้เล่าถึงเหตุการณ์ตอนยังเป็นนักเรียนอยู่ ว่าหลวงพ่อเคยเล่าเรื่องราวอะไรในอดีตให้ฟังบ้าง เธอจึงได้บันทึกมาให้อ่าน สมัยนี้ถือว่าเป็นเรื่องที่หาอ่านได้ยากมาก เป็นเรื่องสั้นๆ (ซึ่งแอดมินจะขอเพิ่มเติมในตอนท้ายด้วย) ดังนี้


กราบนมัสการหลวงพี่เจ้าค่ะ
...ตามที่หลวงพี่บอกให้หนูลงเรื่องเล่า ที่หลวงพ่อท่านโปรดเมตตาบอกถึงอดีตที่เคยเกิดเป็นลูกท่าน หนูขอเล่าเรื่องในนี้เลยนะเจ้าคะ ถ้าการเรียบเรียงของหนูไม่ค่อยสละสลวย หนูต้องขออภัยด้วยค่ะ

💐 เรื่องที่ 1 สมัยพระเจ้าศรีทรงธรรม
"...หลวงพ่อท่านเมตตาบอกอดีตชาติที่เคยเกิดเป็นลูกท่าน กับท่านแม่ศรี สมัยพระเจ้าศรีทรงธรรม ท่านเล่าว่าหนู (ปอ) เกิดเป็นลูกสาวคนเล็กท่านแม่ศรี ท่านรักมาก ไปไหนก็กระเตงไปด้วย

ท่านเรียกว่า "ลูกแดง" ชื่อเต็มๆ ชื่อ "ราชกุมารีศรีโสภาค" ค่ะ ท่านยังบอกอีกว่า สมัยนั้นมีภรรยาเยอะมาก น่าจะเยอะที่สุด ลูกก็เยอะ

แล้วหลวงพ่อท่านก็หัวเราะ ก่อนที่ท่านจะเล่าด้วยตัวของท่านเอง ท่านพิมพ์เป็นแผ่นกระดาษมาให้ก่อนค่ะ.."

💐 เรื่องที่ 2 ก่อนลงมาเกิดชาตินี้
"...ท่านเล่าอีกว่า ก่อนหนูลงมาเกิดอยู่กับ "ท่านแม่ศรี" ที่ดาวดึงส์ ชื่อ "ศิริภูษาเทพธิดา" ค่ะ หนูหนีท่านแม่ตามหลวงพ่อลงมาเกิดค่ะ ท่านเล่าสั้นๆ แค่นี้ค่ะ

หลวงพ่อเคยพูดกับหนูอีกว่า หนูกับหลวงพ่อเคยเกิดเป็นพ่อลูกกันหลายภพหลายชาติมาก เคยกอดคอ เคียงบ่า เคียงไหล่กัน รบราฆ่าฟันกัน กับข้าศึกศัตรูมาเยอะ

หนูกับหลวงพ่อจะมีปัญหาสุขภาพ ที่ตรงท้องเหมือนกัน เพราะชอบแทงท้องเขา ท่านยังบอกอีกว่า พ่อเป็นอย่างไรลูกอย่างนั้น ไม่ต้องห่วงเลยว่าจะไม่เหมือนกัน แล้วท่านก็หัวเราะ

หนูก็บอกว่า หนูมีปัญหาสุขภาพท้องมาตั้งแต่เด็กเจ้าค่ะ ท่านทำนายให้หนูอีกว่า หนูจะไม่ตายด้วยโรคร้าย เช่น มะเร็ง หัวใจ อย่างแน่นอน ท่านบอกแบบนั้นค่ะ.."

💦 บันทึกโดย Tantawan พ.ส.ธ.2 (รุ่น 2 )


🌷 หลวงพ่อเล่าเรื่อง "พระเจ้าศรีทรงธรรม"
"...สมัย "พระพุทธกัสสป" ตอนต้น เราก็ครองเมืองๆ หนึ่งในเขตด้านเชียงใหม่ แล้วก็หางแถวคงจะถึงนี่ (เขื่อนยันฮี จ.ตาก) บ้าง

แต่ว่าตอนปลาย..หลัง เวลานั้นทรงมีพระชนมายุเป็นหมื่นปี หลังที่ทรงปรินิพพานไปแล้ว แล้วก็ศาสนากำลังห้อยท้าย อันนี้เราเป็นจักรพรรดิ เป็นจักรพรรดินี่ครองโลก

(เรื่องนี้หลวงพ่อเคยบอกชื่อว่า “พระเจ้าศรีทรงธรรม” ท่านจึงได้จารึกชื่อนี้ไว้ที่ฐานของพระประธานในวิหารแก้ว ๑๐๐ เมตร)

ความจริงเขาก็มีเมืองต่างๆ อยู่ เขาขอขึ้นด้วย ตำแหน่งจักรพรรดินี่ โอ๊ะ! ลำบากนะ ลำบากไหม ตำแหน่งจักรพรรดิน่ะ.. ใครว่าดี โถ.. เป็นนายก! เอ๊ะ..เป็นนายกดีแฮะ นี่เขา เป็น “รวย” ใช่ไหม..?

✅ สมัยพระพุทธเจ้ากัสสป
...'เทวดาจันทร์' รูปร่างขาวใหญ่ สวย ใจดี ตะกี้นี้อยู่ตรงนี้ตลอด ท่านเล่าว่า 'สมัยพระพุทธเจ้ากัสสป' ทรงอุบัติขึ้นในโลก พวกเราตั้งดินแดนอยู่ที่นี่

ความจริงดินแดนของฉันจริง ๆ เดิมตั้งอยู่ที่ลำพูนนี่ เป็นเมืองเล็ก ๆ เขตกินไปถึงเมืองลพบุรี ตอนนั้นยังเป็นชายทะเลอยู่ แล้วไปถึงนครปฐม

พ่อเมืองใหญ่ชื่อ 'ศรีธรรมวราบดี' คือ 'พระอินทร์' องค์ปัจจุบัน พระบรมราชินีชื่อว่า 'ศิริจันทราราชเทวี' คือ พระชายาองค์ปัจจุบันของพระอินทร์ แล้วลูกเมืองก็ชื่อ 'ศรีทรงธรรม' กับ 'พรรณวดีศรีโสภาค'

อาณาจักรข้างเหนือ ไปยันเชียงตุง ยันนะ ไม่ใช่เล็กเหมือนกัน อีกเมืองหนึ่ง 'ราชาช้าง' (เจ้ากรมเสริม) กินตั้งแต่ 'เชียงตุง' ถึง 'อิมพัน' ในเขตอินเดียโน่น เวลานั้นชื่อ 'พระเจ้าธรรมเสนา' พระบรมราชินีชื่อว่า 'พระนางอินทรมหาปชาบดี'

แล้วอีกเมืองหนึ่งชื่อว่า 'ปทุมวดี' พระชายาชื่อ 'แสนหวี' จำสร้อยไม่ได้ ถามว่าทำไมจึงชื่อ 'แสนหวี' ตอบว่า มีหวีมาก เรื่องหวีนี่เลือกจริงๆ ยายคนนี้มีหวีเป็นกรุเลย จะไปงานโน้นต้องหวีชนิดนี้ ไปงานนี้ต้องหวีชนิดนั้น

อันนี้เขากินเขตแดนต่อไปถึงญวนทั้งหมด สามเมืองนี้เป็นพันธมิตรกัน มีอะไรก็ช่วยกัน ส่วนมากก็ทำการค้าขายกับกสิกรรม ๒ อย่าง เป็นเมืองที่มีความอุดมสมบูรณ์มาก มีความเป็นอยู่เป็นสุข โดยมากอยู่กันโดยธรรม ไม่รุกรานใคร

แต่ทว่ามีพวกแขก อาบังนี่น่ะ อยู่ต่อจากอิมพันออกไป พวกนี้นิสัยไม่ดีเกกมะเหรก ถือว่ามีพวกมากกว่า ก็จะมารุกราน เรียกว่า 'ชาวปาฐะ'

เมื่อมันโกงเรา ก็รวมกันสู้ตีกันไป มันสู้ไม่ได้ เราก็ยึดเรื่อยไป พอตีแดนนี้หมด เลยได้เครื่อง "จักรพรรดิ" คราวนี้เลยไม่ต้องตี เหาะได้แล้ว ทีนี้ใคร ๆ ก็มาขอขึ้น

✅ อานิสงส์ถวายเครื่องประดับ
...ท่านบอกว่า การเกิดชาตินี้ เป็นการชำระกรรมครั้งสุดท้าย ของพวกนี้ทั้งหมด คือ พวกถวายเครื่องประดับ กับพระพุทธเจ้านี่แหละ

จากชาตินี้ก็ยกล้อกันแล้ว คือ ตายไปแล้วไปเป็นเทวดาบ้าง เป็นพรหมบ้างบางคน ก็จะไปนิพพานในชาตินี้บ้าง

พวกที่ไปเป็นเทวดา เป็นพรหมน่ะ เกิดอีกชาติเดียวก็นิพพานไม่มีเหลือ เพราะอำนาจการถวายเครื่องประดับเป็นพุทธบูชา.."


(โปรดติดตามตอนต่อไป)

ll กลับสู่สารบัญ



[ PROFILE ] [ FIND ] [ U2U ]
[*] posted on 5/2/20 at 13:47 [ QUOTE ]


[ ตอนที่ 2 ]


💐 เรื่องที่ 3 ตอนพบหลวงพ่อครั้งแรก
...ตอนนั้นหนูอยู่ชั้นประถมปีที่ 3 แม่หนูและตาไปรับพระบรมสารีริกธาตุ กับหลวงพ่อที่ศาลา 3 ไร่ ตรงด้านล่างก่อนขึ้นบันได คนเยอะมาก แถวยาวเหยียดแออัดมาก

พวกพี่ๆ เป็นลมกันเป็นแถว แต่หนูกำลังใจดีเพราะอยากเจอหลวงพ่อค่ะ หนูเดินยิ้มอย่างมีความสุขค่ะ ไม่ย่อท้อเลยค่ะ พวกป้าๆ ยายๆ พากันถามว่า

หนูมากับใครคะ?
หนูไม่ร้อนเหรอคะ?
หนูไม่กลัวเหรอคะ?

หนูยิ้มอย่างเดียวค่ะตอนนั้น บอกแค่ว่ามากับแม่ค่ะ แต่ตอนนั้นหนูอยู่ในแถวคนเดียวค่ะ ไม่รู้แม่กับตาอยู่ตรงไหน ป้าๆ ยายๆ ก็พูดว่า

ดูสิพี่ๆ เค้าเป็นลมกันเป็นแถวเลย หนูเก่งจังเลยลูก หนูก็ยิ้มค่ะ แล้วพอแถวสั้นลงถึงคิวหนู หลวงพ่อท่านก็เรียกหนู พร้อมยกมือป้องหน้าค่ะ ท่านก็เรียกหนูว่า

"ไอ้หนู..มาแล้วเหรอลูก แม่ศรีบอกหลวงพ่อว่า วันนี้จะได้พบลูกสาวอีกคนนึง"

หนูก็หันซ้าย หันขวามองหาว่าหลวงพ่อท่านพูดกับใคร ท่านเรียกใคร หลวงพ่อท่านก็พูดว่า

"ไอ้หนูนั่นแหละ มา..เดินมาหาหลวงพ่อ"

แล้วหนูก็เดินไปหาท่าน ท่านก็หยิบ "พระบรมสารีริกธาตุ" มา บอกให้หนูแบมือรับ แล้วท่านก็ใส่มือหนู และบอกว่าให้เก็บรักษาดีๆ นะ เอาไปให้แม่เก็บไว้ให้นะ ทหารก็ดึงหนูออก

ท่านก็ดุทหารว่าอย่าเพิ่งสิ กำลังคุยกับลูกสาวอยู่ ท่านพูดประมาณนี้ค่ะ แล้วทหารก็เดินถอยหลังไปค่ะ ท่านพูดกับหนูหลายคำอยู่ค่ะ แต่หนูจำได้แค่นี้ค่ะ

พอท่านคุยกับหนูจบ ท่านก็บอกให้หนูไปรอแม่ด้านหน้าค่ะ รอจริงๆ ค่ะเพราะแม่อยู่ไกลเลยค่ะ


💐 เรื่องที่ 4 ตอนอยู่หอพักในวัดท่าซุง
"...เรื่องสั้นตอนอยู่หอก่อนแล้วกันค่ะ ตอนนั้นน่าจะประมาณ ม.2 ค่ะ หลวงพี่สุรจิต (พระครูสังฆรักษ์สุรจิต) และอดีตหลวงพี่ยงยุทธ (สึกไปแล้ว)

ท่านสององค์ให้ความเมตตาหนูมากค่ะ เหตุที่เมตตาเพราะหนูไปช่วยงานท่านทุกวันหลังเลิกเรียน จะไปข่วยรดน้ำต้นไม้ที่พระจุฬามณี

และวันหยุด เสาร์ อาทิตย์ ก็ไปช่วยรดน้ำต้นไม้ ช่วยงานท่านที่กุฏิ และท่านกลัวจะเหงา คิดถึงบ้าน ท่านจึงพูดว่า

"เออ..ไอ้ปอ ถ้าเอ็งคิดถึงป๋ากับแม่ เอ็งมาใช้โทรศัพท์ โทรไปบ้านได้นะ แล้วเอ็งค่อยเอาเงินมาจ่ายค่าโทรศัพท์กับข้า"

หนูก็ดีใจมากค่ะ เลยขอนุญาตท่านโทรกลับบ้าน และจ่ายเงินค่าโทรศัพท์กับท่าน มีอยู่วันหนึ่งท่านไม่อยู่ทั้งสององค์ไม่ทราบไปไหน หนูก็เลยโทรกลับบ้าน ป๋าไม่รับสักที

หนูโทรหลายครั้งมากค่ะ อยู่ๆ ก็มีเสียงคนรับโทรศัพท์หนูก็ดีใจ คิดว่าป๋ารับ ก็พูดออกไปว่าป๋าเหรอคะ แล้วก็มีเสียงพูดออกมาว่า

"โทรหาป๋าเหรอ คิดถึงป๋าเหรอ..ลูก !"

หนูอึ้งเลยค่ะ กลัวจนสั่น และหนูก็ทำโทรศัพท์ตกลงจากมือ เพราะเสียงพูดนั้นเป็นเสียงของหลวงพ่อค่ะ หนูกลัวมาก กลัวโดนหลวงพ่อตำหนิ

พอตอนเย็นหลวงพ่อก็บอกอาจารย์ให้ทุกคนขึ้นบนดาดฟ้า หลวงพ่อจะมาคุยด้วย หนูคิดว่าต้องโดนหลวงพ่อดุแน่ๆ ค่ะตอนนั้น

พอขึ้นบนดาดฟ้า หนูนั่งหลบหลังเพื่อนด้านหลังสุดหลวงพ่อ ท่านทราบค่ะ แล้วท่านก็เรียก

"ไอ้หนูมานี่ซิ มานั่งใกล้ๆ หลวงพ่อ ลูกสาวทิพยาน่ะ"

หนูสะดุ้งโหยงเลย ทุกคนหันมามองหนูเป็นตาเดียว แล้วก็ดันหนูให้ออกไปค่ะ พอหนูลุกออกไป หลวงพ่อก็บอกให้นั่งข้างๆ ท่านค่ะ หนูเข้าไปนั่งข้างๆ หลวงพ่อ

หลวงพ่อไม่ดุหนูเลยค่ะ ท่านเมตตาหนูมาก เล่าเรื่องต่างๆ ในอดีตให้ฟังค่ะ ยังเล่าถึงประวัติอำเภอตาพระยาด้วยค่ะ และยังเล่าแบบขำๆ ให้เด็กๆ ทุกคนหัวเราะด้วยค่ะ

ท่านยังพูดอีกว่า "ปอกับแม่เป็นพี่น้องกัน เป็นลูกหลวงพ่อกับท่านแม่ศรีด้วยกัน กลับไปบ้านให้เรียกพี่นะ อย่าเรียกแม่ แล้วท่านก็หัวเราะ พวกหนูก็หัวเราะค่ะ

ความเมตตาของหลวงพ่อที่มีต่อนักเรียน โดยเฉพาะเด็กหอที่ไม่ได้กลับบ้านอยู่กับพ่อกับแม่ ท่านก็สั่งให้อาจารย์คุมหอพาเด็กๆ เล่นเกมส์บ้าง ท่านก็นั่งดูค่ะ ท่านให้เล่นแบบสมัยโบราณค่ะ เช่น งูกินหาง มอญซ่อนผ้า ลีลีข้าวสารค่ะ

มีที่โหดกว่านั้น และหนูกลัวเกมส์นี้มาก ไม่อยากเล่นแต่โดนบังคับให้เล่น เกมส์ไล่เหยียบลูกโป่งของฝั่งตรงข้ามค่ะ

เอาลูกโป่งผูกไว้ที่ข้อเท้าด้านหลังค่ะ แล้วแย่งฝั่ง ให้ไล่เหยียบลูกโป่งฝั่งตรงข้ามให้แตก ฝั่งไหนเหลือน้อยสุดชนะค่ะ จบค่ะ.."


(โปรดติดตามตอนต่อไป)

◄ll กลับสู่สารบัญ



[ PROFILE ] [ FIND ] [ U2U ]
[*] posted on 10/2/20 at 17:15 [ QUOTE ]


[ ตอนที่ 3 ]


💐 เรื่องที่ 3 มีคนส่งผีมา
...อีกเรื่องที่อยากเล่าเกี่ยวกับที่เค้าส่งคุณไสยมา และส่งผีมาที่หอหญิงด้วยค่ะ และผี 3 ตัวถูกส่งพุ่งชนกระจกนิรภัยที่ห้องหลวงพ่อ กระจกอย่างหนาสามชั้น ผีพุ่งชนแตกกระจายเลยค่ะ เสียงดังสนั่นลั่นจากตึกกลางน้ำ ได้ยินถึงหอพักหญิงค่ะ


💐 เรื่องที่ 4 คนส่งคุณไสย
...เมื่อข้าพเจ้าเข้าไปเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ร.ร.พระสุธรรมฯ มีเรื่องแปลกๆ เกิดขึ้น แล้วข้าพเจ้าก็เป็นคนขี้สงสัย ชอบพิสูจน์

กลัวนะ แต่เพราะความอยากรู้ จึงชวนเพื่อนคนหนึ่งให้ไปยืนฟังที่บันไดชั้นบนสุดของดาดฟ้าหอหญิง เพราะตอนกลางคืน ข้าพเจ้าแอบเห็นรุ่นพี่เอากาละมังแสตนเลสใบย่อมๆ ใส่น้ำจนเต็ม ไปวางไว้อย่างนี้ทุกคืน และเคยได้ยินเสียงดังโป๊งเป๊ง

ข้าพเจ้าสงสัยเลยชวนเพื่อนขึ้นไปแอบดู ยังไม่ทันขึ้นรุ่นพี่ก็ย่องมาสองคน ข้าพเจ้ากับเพื่อนจึงวิ่งหลบรุ่นพี่สองคนนั้น แอบมองเห็นรุ่นพี่หยิบอะไรออกมาดู

แล้วข้าพเจ้าก็เห็นเป็นตะปูดอกใหญ่ ในกาละมังนั้นมีเยอะทีเดียวค่ะ หลวงพ่อท่านสั่งให้รุ่นพี่ทำแบบนี้ทุกวัน เพราะเค้าจะส่งฝนตะปูมาทุกวัน แต่ทำอะไรไม่ได้ เพราะเทวดาท่านจัดการให้คุณไสย์เสื่อม

เพียงแค่ต้องการให้รู้ให้เห็นเท่านั้น ให้รุ่นพี่ทำโดยอย่าให้รุ่นน้องรู้เพราะจะกลัว ลาออกกันไปหมด อันนั้แค่จิ๊ปๆ ค่ะ มีที่น่าตื่นเต้นกว่านี้ค่ะ

เมื่อถึงคืนที่ส่งผีมาที่หอพักหญิง คืนนั้นนั่งสวดมนต์ที่ห้องโถงของหอพักข้าพเจ้ากับเพื่อนๆ นั่งแถวแรกตรงหน้าต่าง เมื่อสวดมนต์เสร็จ อาจารย์ก็ให้นั่งประชุม แล้วอยู่ๆ ก็มีเสียงลมพัดมาแรงมาก หน้าต่างเปิดปิด ตึงตัง ตึงตัง

อาจารย์ก็ให้ทุกคนนั่งนิ่ง ให้ภาวนาคาถา "สัมปจิตฉามิ" นึกถึงหลวงพ่อให้ช่วย ข้าพเจ้าอยู่ตรงหน้าต่างพอดี จึงต้องทำใจแข็งไม่ให้กลัว เพราะถ้าข้าพเจ้ากลัว เพื่อนๆ ก็จะกลัวไปด้วย

แล้วลูกกรงหน้าต่างก็เหมือนถูกใครเขย่าแรงๆ ดังมากค่ะ เพื่อนๆ ข้าพเจ้ากลัวโผมากอดข้าพเจ้า ข้าพเจ้าจึงบอกให้เพื่อนตั้งสติภาวนานึกถึงหลวงพ่อ อย่ากลัว แล้วข้าพเจ้า ก็เห็นมือใหญ่ๆ สองมือจับที่ลูกกรงหน้าต่างเขย่าแรงๆ

มือนั้นมีแค่ข้อมือทั้งสองข้างเน่าเฟะดูน่ากลัวมาก ข้าพเจ้าต้องตั้งสติ ทำใจไม่ให้กลัวแล้วขอบารมีองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า องค์หลวงปู่หลวงพ่อให้ท่านช่วย และสวดคาถา "สัมปจิตฉามิ" เพ่งไปที่ข้อมือนั้น สักพักเสียงก็เงียบ ลมก็สงบ แล้วทุกอย่างก็กลับเข้าสู่ปกติ อาจารย์ก็บอกให้ทุกคนแยกย้ายกันเข้านอนค่ะ

🌷จบค่ะ🌷

ขอยืนยันว่าเรื่องราวทั้งหมดที่เล่ามาเป็นความจริงค่ะ มีประสพการณ์มากมายค่ะ ที่เจอพร้อมกันกับเพื่อนๆ ขอเล่าเป็นบางส่วนค่ะ.."


ขอยืนยันว่าเป็นเรื่องจริงเหมือนกัน
...สำหรับเรื่องนี้ แอดมินขอยืนยันเช่นกัน ในตอนที่พระเดชพระคุณหลวงพ่อฯ ยังมีชีวิต มีอยู่วันหนึ่งพระไพโรจน์ (มีหน้าที่คอยติดตามหลวงพ่อด้วยกัน) ได้มาบอกว่า

หลวงพ่อสั่งให้พระทุกองค์ในวัด ให้นำผ้ายันต์ธงแดง (มหาพิชัยสงคราม) เอาไปติดไว้ในห้องหรือที่กุฏิของตนเอง (ทั้งๆ ที่ท่านรู้ว่าพระน่าจะมีติดตัวอยู่แล้ว แต่คิดว่าท่านคงจะรู้ว่ามีภัยด่วน ท่านจึงสั่งให้ทุกคนป้องกันตัวทันที)

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง มีอยู่คราวหนึ่งที่หลวงพ่อสั่งให้ทุกคนนำขนมปังไว้วางไว้หน้าโบสถ์ แม้ในปัจจุบันนี้ก็ยังมีคนมาทำอยู่เรื่อยๆ ท่านบอกว่าแก้ไสยศาสตร์ เพราะมีอยู่ครั้งหนึ่งที่มีคนปล่อยของมา ปรากฏว่ามีตะปูขนาด 3 นิ้ว มีสนิม หงิกๆงอๆ ร่วงหล่นมาที่หน้าโบสถ์สิบกว่าตัว แต่มีคนเก็บได้ที่ละตัวสองตัว แล้วนำมาให้หลวงพ่อดูที่ตึกริมน้ำ

ท่านบอกกับพระว่า พวกคุณ..ถ้าพระและเทวดาไม่ช่วย ป่านนี้คงตายกันไปนานแล้ว พวกเราได้ฟังถึงกับสะดุ้ง เพราะเดินไปเดินมาหารู้ไม่ว่า ยังมีภัยที่มองไม่เห็นตัวตลอดเวลา สาธุ"


(โปรดติดตามตอนต่อไป)

◄ll กลับสู่สารบัญ



[ PROFILE ] [ FIND ] [ U2U ]
[*] posted on 15/2/20 at 15:19 [ QUOTE ]


[ ตอนที่ 4 ]

เสียงปริศนาที่หน้าห้องโถง


"...เมื่อตอนเข้าชั้น ม.1 ข้าพเจ้าและเพื่อนๆ ก็ขนของจากบ้านเข้ามาอยู่หอพัก หลวงพ่อได้มีคำสั่งให้ทุกคนพักรวมกันที่ห้องโถง ของหอพัก พอตกดึกเพื่อนของข้าพเจ้าคนหนึ่ง เกิดปวดปัสสาวะจึงได้มาปลุกข้าพเจ้า กับเพื่อนอีกสองคนให้ไปเข้าห้องน้ำเป็นเพื่อน

ขณะที่เปิดประตูห้องโถง ซึ่งด้านหน้าจะเป็นลานล้างจาน ซักผ้า และห้องของอาจารย์คุมหอ ก็ได้ยินเสียงคนคุยกัน ชัดมากค่ะ

แต่พอกวาดสายตามองไปก็มีแต่ความมืด ไม่เห็นมีใครก็รีบปิดประตูกลับเข้ามาคืนเพราะความกลัว แต่เพื่อนทนปวดปัสสาวะไม่ไหว จึงตัดสินใจเปิดอีกรอบก็ได้ยินเสียงคนคุยกันอีก เปิด ปิดอยู่อย่างนั้น

ถึงสามรอบ จนสุดทนข้าพเจ้าจึงบอกให้เพื่อนๆ นึกถึงหลวงพ่อให้ช่วยคุ้มครอง แล้วขอให้เสียงนั้นหายไป พออธิษฐานเสร็จก็ให้กลั้นใจเปิดประตู แล้วรีบวิ่งไปห้องน้ำที่อยู่ในครัวหลังห้องโถง

พอเข้าห้องน้ำกันเสร็จก็รีบวิ่งกลับเข้าห้องโถง แล้วคลุมโปงนอนกันเป็นแถว เสียงนั้นก็มีอยู่ทุกคืนค่ะ จนกระทั่งหลวงพ่อให้เข้าพักในห้องส่วนตัวได้ค่ะ โดยจับคู่ห้องละสองคน.."


โดนเทวดาฟ้องหลวงพ่อ
"...ก็ยังมีอีกนะคะ เรื่องแปลกๆ เพราะพวกข้าพเจ้าทั้งดื้อ ทั้งซน ก็มีการโดนสั่งสอนจากเทวดาที่คุมหอ ข้าพเจ้าน่ะโดนเต็มๆ ค่ะ แถมเทวดาไปฟ้องหลวงพ่อ

หลวงพ่อก็บอกกับอาจารย์คุมหอ อาจารย์ก็มาถาม ต้องยอมรับแต่โดยดีค่ะ 😄😄 คืนนั้นข้าพเจ้าไม่ยอมนอนค่ะ เอาผ้ามาคลุมโคมไฟ เพื่อไม่ให้แสงไฟลอดออกไปข้างนอกห้อง แล้วอ่านหนังสือจนดึก แล้วก็มีเสียงคนตัวใหญ่ๆ เดินอยู่บนดาดฟ้า

เสียงดังตึงๆ เสียงอยู่ห้องนอนของข้าพเจ้านี่เองค่ะ ข้าพเจ้าก็มองเห็นทางจิตว่า เป็นผู้ชายตัวใหญ่ใส่ชุดขาว นุ่งโจงขาว เดินกระทืบพื้้นดาดฟ้าที่บนห้องนอนของข้าพเจ้า ข้าพเจ้าตกใจกลัว จึงรีบปิดไฟนอนคลุมโปงเลยค่ะ 😄😄

แล้วท่านพ่อปู่ก็ไปฟ้องหลวงพ่อค่ะ หลวงพ่อบอกอาจารย์คุมหอตามที่ฟ้องค่ะ อาจารย์ก็มาถามที่หอค่ะ พอช่วงหลวงพ่อให้ขึ้นไปดาดฟ้า ท่านก็บอกว่า "ท่านพ่อปู่" เป็นเทวดาที่ดูแลหอพักหญิง ให้เคารพท่าน และช่วงสอบให้ขอท่านให้ปลุกตอนตีสี่ ให้ลุกขึ้นมาอ่านหนังสือสอบ

ข้าพเจ้าก็ทำตามที่หลวงพ่อบอก ท่านพ่อปู่ก็ปลุกทุกครั้ง ท่านจะเรียกอยู่ข้างหูว่า ตื่นๆ ลุกมาอ่านหนังสือ ข้าพเจ้าก็ลุกมาอ่านหนังสือสอบ

แต่มีอยู่คืนหนึ่ง ท่านปลุกแบบค่อนข้างโหด ข้าพเจ้าฝันว่ามีมือใหญ่ๆ ดำๆ มาตีก้นข้าพเจ้าอย่างแรง แล้วข้าพเจ้าก็สะดุ้งตื่นลุกขึ้นมาอย่างงงๆ และรู้สึกเจ็บที่ก้นที่ถูกตี 😄😄 ข้าพเจ้าจึงพูดว่า

"ท่านพ่อปู่คะ วันนี้ทำไมปลุกโหดจังคะ หนูเจ็บก้นเลยค่ะ" แล้วข้าพเจ้าก็อ่านหนังสือสอบ

ท่านพ่อปูคอยดูแล คอยคุ้มครองข้าพเจ้าจนกระทั่งเรียนจบ จะมีเหตุการณ์อะไรจะเกิดขึ้นกับข้าพเจ้า ท่านจะมาบอกในนิมิตหรือความฝันทุกครั้ง ท่านให้เห็นเหมือนฉายหนังให้ข้าพเจ้าดู ให้รู้ถึงวิบากกรรมของข้าพเจ้า ในอดีต.."

🌻จบค่ะ🌻


(โปรดติดตามตอนต่อไป)

ll กลับสู่สารบัญ



[ PROFILE ] [ FIND ] [ U2U ]
[*] posted on 20/2/20 at 10:41 [ QUOTE ]


ตอนที่ 5
พระแม่จามเทวีส่งทหารมารับ


"..เมื่อหลายปีก่อนข้าพเจ้าเคร่งในการปฏิบัติ สองทุ่มอาบน้ำเข้าห้องสวดมนต์ทำกรรมฐานทุกคืน ทีวีไม่เคยดูสมัยนั้น เรื่อง F 4 รักใสๆ หัวใจสี่ดวงของใต้หวันกำลังดังค่ะ

คุณแม่ของข้าพเจ้าติดมากค่ะเป็น fc เลยค่ะ พอเรื่องนี้มาจะเรียกให้ข้าพเจ้าออกไปดูทุกครั้ง 😄😄 ข้าพเจ้าบอกปฏิเสธไปทุกครั้ง เพราะตอนนั้นกำลังเคร่งค่ะ 😄😄 แล้วมีอยู่คืนหนึ่งขณะที่ข้าพเจ้านอนภาวนาอยู่ไม่ทันหลับก็เห็นด้วยจิตว่า

มีผู้ชายสองคนตัวดำ ร่างสูงใหญ่ นุ่งโจงสั้นเหนือเข่าสีแดง เดินผ่านแม่ข้าพเจ้าที่นอนดูทีวีอยู่ เดินมาหยุดที่ประตูหน้าห้องของข้าพเจ้า และได้เรียกข้าพเจ้าให้ออกไป ข้าพเจ้าตกใจกลัวชายคนนั้น จึงได้พูดออกไปว่าเราไม่ไป ท่านอย่าเข้ามานะ เราล็อคห้องแล้ว

ชายสองคนนั้นก็พูดว่า ถึงท่านล็อคข้าสองคนก็เข้าไปได้ ท่านไปกับเราเถอะ พระแม่จามเทวีให้ข้าทั้งสองคนมารับท่าน ข้าพเจ้าพเจ้าก็ปฏิเสธอีก ผู้ชายทั้งสองจึงพูดว่า ถ้าท่านไม่ยอมไป ข้าทั้งสองจำเป็นต้องบังคับเอาดวงจิตของท่านไป

ข้าต้องทำตามรับสั่งของพระแม่เจ้า ข้าขออภัยท่านด้วยนะ แล้วชายคนหนึ่งก็เอื้อมมือมาคว้าเอาดวงจิตของข้าพเจ้า ดวงจิตของข้าพเจ้าลอยเคว้งออกไปตามแรงดึงนั้น

ข้าพเจ้าก็ร้องว่าอย่า แล้วชายผู้นั้นก็พาดวงจิตข้าพเจ้าลอยออกไป ผ่านแม่ของข้าพเจ้าที่นอนดู F 4 อยู่ข้าพเจ้าตะโกนเรียกแม่ "แม่ช่วยปอด้วย !!"

วัดพระแม่จามเทวี
...แม่ก็ไม่ได้ยิน แล้วก็ไปโผล่อยู่ในสถานที่แห่งหนึ่ง แต่เป็นตอนกลางวัน ข้าพเจ้าก้มๆเงยๆ อยู่ตรงสวนหย่อมข้างกำแพง มองดูความงามของดอกไม้ที่สวนหย่อมนั้น และมองไปรอบๆ ข้าพเจ้ารู้สึกว่า เหมือนวัดจึงมองไปทางด้านหน้า เพื่อดูป้ายว่าเป็นที่ไหน

พอเห็นป้าย ป้ายเขียนว่า "วัดพระแม่จามเทวี" ข้าพเจ้ารู้สึกดีใจที่มาอยู่ที่วัดนี้ เพราะจ้าพเจ้าอยากไปมานานแล้ว แต่ไม่มีโอกาส ได้มาทางจิตก็ยังดี

ขณะที่กำลังชื่นชมดอกไม้และสถานที่อยู่นั้น ทหารทั้งสองคนที่ไปเอาดวงจิตของข้าพเจ้ามาก็ลงมานั่งคุกเข่า และทำท่าเหมือนการถวายบังคมของทหารที่ทำต่อกษัตริย์และเจ้าหญิง เจ้าชายในสมัยก่อน

ข้าพเจ้าจึงถามว่ามาถวายบังคมเราด้วยทำไม ทั้งสองคนก็ตอบว่า ท่านเป็นลูกพระแม่เจ้า เราจึงต้องถวายบังคมต่อท่าน พระแม่เจ้าให้ข้ามารับท่านเข้าไปด้านในวิหาร ขอเชิญท่านตามเราเข้าไปเถิด

ข้าพเจ้าเดินตามชายทั้งสองคนเข้าไปในวิหารนั้น ข้าพเจ้าตื่นตะลึงกับภาพที่เห็นเบื้องหน้า มีพระพุทธรูปสีทององค์ใหญ่ ซึ่งตั้งเป็นพระประธานอยู่ มีพระโมคคัลลานะ และพระสารีบุตร อยู่สองด้านซ้ายขวา อยู่ด้านหน้าพระประธาน

และที่ตื่นตะลึงนั้น มีรูปเหมือนพระแม่เจ้าจามเทวีขนาดเท่าตัวคน สีดำสวยงามมาก ตั้งอยู่ด้านหน้าทางขวามือของข้าพเจ้า

ข้าพเจ้าก็กราบพระ และยกมือไหว้กราบที่อกของพระแม่เจ้าจามเทวี แล้วข้าพเจ้าก็ยืนมองความงามอยู่นั้น พระแม่เจ้าจามเทวีก็เดินออกมาจากรูปเหมือนนั้น

ท่านออกมาในท่าทางเดียวกันกับรูปนั้นเป๊ะเลยค่ะ แต่องค์ท่านผิวขาว และงดงามมาก ข้าพเจ้าก็ขยับถอยหลังออกไปจากรูปเหมือนนั้น พระแม่เจ้าก็ออกมายืนอยู่ตรงหน้าของข้าพเจ้า

และได้เอื้อมมือทั้งสองข้างมาดึงข้าพเจ้าเข้าไปกอด และพูดว่าแม่คิดถึงลูกมาก แม่อยากให้ลูกกลับมาที่นี่ ที่บ้านเมืองของลูกกับแม่ในอดีต

แม่ต้องขอโทษลูกด้วย ที่ให้ทหารไปรับลูกมาและพามาแบบนี้ แล้วน้ำตาของท่านก็ไหลออกมา ข้าพเจ้าก็น้ำตาไหล พระแม่เจ้ากอดข้าพเจ้าพูดไปก็ร้องให้ไป

เล่าเรื่องราวในอดีต
...แล้วพระแม่เจ้าก็พาข้าพเจ้าไปที่ริมน้ำแห่งหนึ่ง เป็นแม่น้ำที่ยาวมาก ดูสวยงาม พระแม่เจ้าและข้าพเจ้ายืนอยู่ใต้ต้นไม้ต้นหนึ่ง ท่านก็เล่าเรื่องราวในอดีต สมัยที่พระแม่เจ้าต้องนั่งเรือออกจากเมืองละโว้ เพื่อมาปกครองเมืองลำพูน (ขณะที่เล่าท่านก็ทำภาพให้เห็นเหมือนฉายหนัง)

ท่านทรงตรัสเล่าว่า ต้องพลัดพรากจากพ่อของลูก จากสามีอันเป็นที่รัก โศกาอาดูรอย่างที่สุด ลูกอยู่ในครรภ์ของแม่ ท่านพ่อยังไม่ทันได้เห็นหน้าลูก ก็ต้องพลัดพรากจากกัน แม่ตั้งครรภ์ลูกแฝด ลูกเป็นแฝดผู้น้อง ท่านก็ทำภาพให้เห็นตอนเกิดมาและเริ่มโต เป็นองค์ชายตัวน้อยที่งามสง่าทั้งคู่

แล้วพระแม่เจ้าก็บอกว่า ทางบ้านของลูกใกล้สว่างแล้ว แม่จะให้ทหารส่งลูกกลับ ข้าพเจ้ายังอยากอยู่ต่อ แต่พระแม่เจ้าบอกให้กลับ ข้าพเจ้าได้กราบลาท่านแล้วจึงกลับ ข้าพเจ้าก็รู้สึกตัวว่าได้กลับมาสู่ร่างของตัวเองแล้ว ก็ลุกขึ้นมาเป็นเวลาหกโมงเช้าพอดีค่ะ

องค์พระแม่เจ้าจามเทวี
...ข้าพเจ้าก็เล่าให้คุณแม่ของข้าพเจ้าฟัง พอถึงวันงานบุญที่วัดท่าซุง ข้าพเจ้าก็ลืมเรื่องนี้ไปบ้างแล้ว ขณะที่นั่งรอคุณแม่ของข้าพเจ้าอยู่นั้น ป้าเอื้องที่เคารพนับถือกัน (ตอนนี้เสียชีวิตแล้ว) ท่านได้เดินเข้ามานั่งข้างๆ ข้าพเจ้า และถามหาคุณแม่ของข้าพเจ้า ข้าพเจ้าตอบว่าแม่ไปทำบุญค่ะป้า ให้หนูนั่งรออยู่ที่นี่ค่ะ

แล้วป้าเอื้องก็นั่งมองหน้าข้าพเจ้าและถามว่า น้องปอมีอะไรจะเล่าให้ป้าฟังมั้ยลูก ได้นิมิตเห็นอะไรบ้างรึเปล่าคะ ข้าพเจ้านั่งคิดสักพักแล้วนึกขึ้นได้ถึงเรื่องพระแม่จามเทวี จึงได้เล่าให้ป้าเอื้องฟัง ป้าเอื้องก็ยิ้มและพูดว่า เจอแล้วเจ้าของตัวจริง ข้าพเจ้าก็งงๆ และถามป้าว่า เจ้าของอะไรคะป้า

แล้วป้าเอื้องก็ล้วงมือลงไปในกระเป๋า หยิบเอา "องค์พระแม่เจ้าจามเทวี" ออกมายื่นให้ข้าพเจ้า ข้าพเจ้าตะลึงกับสิ่งที่เห็น เพราะเหมือนกับที่เห็นในคืนนั้นเป๊ะเลยค่ะ

เพียงแต่องค์เล็กสูงประมาณ 5-6 นิ้ว (กะเอาด้วยสายตาค่ะ) ข้าพเจ้าไม่กล้ารับ เพราะคิดว่าป้าไม่เสียดายเหรอ ที่เอามาให้ข้าพเจ้า จึงถามป้าไปแบบนั้น

ป้าเอื้องตอบว่า ป้าจะเสียดายทำไม เพราะไม่ใช่ของป้า เป็นของปอ..ลูก ข้าพเจ้าก็ยังงงๆ อยู่จึงถามป้าอีกว่า ทำไมป้าถึงบอกว่าเป็นของหนูคะ?

ป้าก็เล่าว่า ป้าไปทำบุญที่หน้าโบสถ์ แล้วมีลุงคนหนึ่งเดินเข้ามาหาป้า ยื่นรูปเหมือนของพระแม่เจ้าจามเทวีมาให้ป้า และลุงคนนั้นพูดว่า ลุงฝากไปให้เจ้าของหน่อยนะ

ป้าก็ไม่ยอมรับ และพูดว่าหนูจะรู้ได้ไงคะ ว่าใครเป็นเจ้าของ ลุงคนนั้นก็บอกกับป้าว่า รับไปแล้วจะได้เจอกับเจ้าของตัวจริง รับไปเถอะนะช่วยลุงหน่อย

พอป้ารับมาเอาใส่กระเป๋าแล้วเงยหน้าขึ้น ลุงคนนั้นก็หายไปแล้ว ป้าก็เดินตามหาก็หาไม่เจอ ถามคนที่อยู่ตรงนั้นก็บอกว่าไม่เห็น

ถามไปหลายคนก็ตอบเหมือนกันว่า ไม่เห็นและไม่รู้จัก ลุงหายไปไวมากแบบไร้ร่องรอย ป้าทำบุญเสร็จก็เดินมาที่นี่แหละ ก็มาเจอหนูปอ เหมือนมีอะไรดลใจให้ป้าพบกับหนู

ถึงได้มั่นใจว่า หนูปอคือเจ้าของตัวจริง พอป้าเอื้องเล่าจบ ก็ยื่นรูปเหมือนพระแม่เจ้ามาให้ข้าพเจ้า ข้าพเจ้ารับมากอด และรู้สึกสุขใจมากที่ได้รับมาแบบอัศจรรย์

ข้าพเจ้าพูดกับป้าว่า ลุงคนนั้นคงเป็นเทวดาที่พระแม้เจ้าขอให้เอามาให้หนูนะคะป้า ป้าเอื้องก็ยิ้มและตอบว่า ป้าก็คิดเช่นนั้นค่ะ

พอแม่ของข้าพเจ้ากลับมาก็เอาให้ท่านดู และเล่าให้ท่านฟัง ท่านบอกว่าเอาไปเก็บรักษาเอาไว้ให้ดีนะลูก ข้าพเจ้าก็รับปาก พอกลับบ้านก็เอาไปไว้ที่ห้องพระ จวบจนทุกวันนี้ค่ะ.."

🌸 จบค่ะ 🌸


ll กลับสู่สารบัญ



[ PROFILE ] [ FIND ] [ U2U ]
[*] posted on 25/2/20 at 08:27 [ QUOTE ]


ตอนที่ 6
หลวงพ่อบอกภัยไว้ในอนาคต


"..ขอเรียนชี้แจงก่อนอ่านว่า เรื่องนี้เป็นความทรงจำของผู้เล่า ทางแอดมินไม่สามารถตัดสินได้ว่า จะเป็นเรื่องจริงหรือไม่ จึงขอให้ผู้อ่านโปรดใช้วิจารณญาณก่อนด้วย.."

🌹 ขออินเทรนเล่าเรื่องเกี่ยวกับ "เชื้อโรค" ที่หลวงพ่อเคยบอกไว้ค่ะ หลวงพ่อท่านบอกว่า จะมีสงครามเชื้อโรค สงครามสารเคมีค่ะ จะเริ่มปี 63 ซึ่งก็เกิดขึ้นจริงๆ ค่ะ

🌻 ท่านบอกว่าจะเริ่มลัางโลกค่ะ ใครที่ไม่อยู่ในศีล ในธรรม จะถูกล้างออกไปค่ะ เชื้อโรคและสารเคมีจะเกิดขึ้นจากฝีมือมนุษย์ค่ะ ท่านบอกว่า "สงครามสารเคมี" จะหนักกว่ามากค่ะ

🌸 จะถูกส่งแบบเป็นซองจดหมาย เปิดมาจะมีผงอยู่ในซองค่ะ พอถูกลมพัดปลิว หรือเป่าก็จะถูกตัวคน ใครที่ถูกสารเคมี ก็จะเป็นแผลไหม้พุพอง ถ้าโดนตา ตาก็บอด หายใจเข้าไปถึงกับตายได้ค่ะ

🌿 แต่ถ้าใครอยู่ในศีล ในธรรม และจิตเกาะพระอยู่ตลอดก็รอดค่ะ สิ่งศักดิ์สิทธิ์จะช่วยค่ะ หลวงพ่อยังบอกอีกว่า ประเทศไทยจะได้รับผลกระทบน้อยที่สุดค่ะ และหลังจากที่หมดการล้างโลกด้วยเชื้อโรคแล้ว

🌹 ยุคชาวศรีวิไลถึงจะเกิดขึ้นค่ะ
..เรื่องนี้บอกตอนประชุมนักเรียนที่ใต้ถุนอาคาร (ที่ทานอาหารกลางวันค่ะ) ท่านยังบอกอีกว่า ใครไปอยู่วัดท่าซุงจะปลอดภัยค่ะ และพวกหนูต้องช่วยกันดูแลและปฐมพยาบาล ให้คนเหล่านั้นค่ะ

🌻 ท่านบอกอีกว่าให้พาทุกคนที่ได้รับบาดเจ็บไปรวมกันที่โรงเรียนค่ะ ที่ท่านสร้างโรงเรียนให้มีหลายอาคาร หลายห้อง เพราะต้องการรองรับผู้คนที่บาดเจ็บ และป่วยจากเชื้อโรคและสารเคมีค่ะ

🌸 หลวงพ่อท่านบอกแบบนี้จริงๆ ค่ะ เสียดายสมัยนั้นไม่มีโทรศัพท์มือถือ ไม่งั้นจะบันทึกเก็บไว้ค่ะ หนูเมมไว้ในความทรงจำค่ะ อาจไม่ละเอียดนัก ก็ขอถ่ายทอดออกมาเท่าที่จำได้ค่ะ

🌻 ต้องขอขอบพระคุณ ที่หลวงพี่ที่กรุณาให้หนูนำเรื่องราวตอนสมัยเรียนมาเล่าในเพจตามรอยเจ้าค่ะ และขอขอบคุณทุกท่านที่ติดตามอ่าน และมาคอมเมนท์ทุกท่านค่ะ

ขอผลบุญทั้งหมดที่ได้ทำมาส่งผลให้ทุกๆ ท่านเจริญรุ่งเรือง ทั้งทางโลกและทางธรรม มีคล่องตัวทุกประการค่ะ

สาธุ สาธุ สาธุค่ะ 🙏🙏🙏


🌻 โดย Tantawan พ.ส.ธ.2 (รุ่น 2 )

ll กลับสู่สารบัญ



[ PROFILE ] [ FIND ] [ U2U ]
[*] posted on 5/3/20 at 16:19 [ QUOTE ]


ตอนที่ 7
🌻 เสียงปริศนา 🌻


🌹 เรื่องต่อไป ขอเป็นเรื่องเกี่ยวกัยคุณไสยค่ะ ขอย้อนกลับไปเมื่อสมัยเข้าเรียนชั้น มัธยมศึกษาปีที่ 1 ค่ะ

🌸 เมื่อครั้งที่แล้ว ที่หลวงพ่อท่านอนุญาตให้เข้าพักห้องส่วนตัวได้ ขอมาต่อค่ะ เมื่อสมัยนั้นวิหารแก้วร้อยเมตรยังไม่สร้าง ศาลา 25 ไร่ ก็ยังไม่มี ตั้งแต่หลังหอพักหญิง (เดิม) มีแต่ป่ากล้วย และถัดไปก็เป็นป่าทั้งหมดค่ะ มีต้นทองกวาวเยอะมากค่ะ ออกดอกสีส้มสวยงาม

🌹 หลวงท่านชอบเดินออกกำลังกาย และพวกเด็กนักเรียน (หอพักหญิง) ก็จะคอยติดตามไปค่ะ ท่านจะไปนั่งเล่าเรื่องราวต่างๆ ให้ฟัง ท่ามกลางดอกทองกวาวที่ล้อมรอบอยู่

🌸 แต่ถ้าหลวงพ่อป่วยหรือไปกรุงเทพฯ ก็จะไม่ได้ไปค่ะ แต่จะมีเสียงเรียกปริศนามาจากที่ไกลๆ ค่ะ มีอยู่วันหนึ่ง ที่คนไหนมีเวรที่หอพัก ก็จะได้กลับหอก่อนค่ะ หนึ่งในนั้นมีข้าพเจ้าอยู่ด้วยค่ะ และรุ่นพี่อีก 2-3 คนค่ะ

🌷เมื่อทำเวรในหอเสร็จ ก็ซักผ้า อาบน้ำ อาบน้ำอยู่ก็ได้ยินเสียงของรุ่นพี่ที่กลับมาด้วยกันเรียกค่ะ แต่เสียงนั้นเหมือนอยู่ไกลมาก ข้าพเจ้ากำลังจะขานรับ แต่เอะใจว่า ทำไมเสียงเรียกเหมือนอยู่ไกลมาก และเสียงก็จะเย็นๆอย่างบอกไม่ถูก ได้ยินแล้วถึงกับขนลุก

🌿 และข้าพเจ้าก็นึกถึงคำเตือนของหลวงพ่อ ที่ท่านเคยบอกไว้ว่า...

"..อย่าขานรับมั่วซั่วนะ..ลูก เพราะบางทีเค้าส่งของมา เมื่อเราขานรับของจะเข้าตัว ต้องดูให้ดีว่า เจ้าของเสียงเรียกเราจริงๆ รึเปล่างง"

🌻 พอข้าพเจ้าอาบน้ำ แต่งตัวเสร็จ รุ่นพี่ที่เป็นเจ้าของวิ่งมาหาข้าพเจ้าที่ห้อง และถามว่าปอ

"..ปอได้ไปเรียกพี่ที่หน้าห้องรึเปล่า พี่กำลังตากผ้าหลังห้องได้ยินเสียงปอเรียก พี่เกือบขาน นึกขึ้นได้ว่า เสียงเหมือนมาจากที่ไกลๆ จึงรีบวิ่งออกมาหาปอเนี่ย.."

🌸 ข้าพเจ้าก็บอกว่า เปล่าค่ะ แล้วก็บอกว่าได้ยินพี่เรียกเหมือนกัน แต่เสียงอยู่ไกลมากจึงไม่ขาน ว่าจะถามพี่เหมือนกันว่าได้มาเรียกปอมั้ย

แล้วรุ่นพี่คนนั้นก็เข้ามากอดหนู บอกพี่กลัว พี่ขอมาอยู่กับปอก่อนนะ รอให้คนอื่นๆ กลับกันก่อน แล้วเราก็นั่งอยู่ด้วยกันค่ะ 😄😄

🌹 พอเรื่องนี้ทราบถึงหลวงพ่อ ท่านก็ให้นักเรียนทุกคนท่องคาถา "สัมปจิตฉามิ" 3 จบ แล้วกลั้นใจกลืนน้ำลาย 3 ครั้ง ทั้งตื่นนอน และก่อนนอนค่ะ เพื่อกันพลาดค่ะ

ที่ให้ทำเช่นนนี้ หลวงพ่อท่านบอกว่า "คาถาสัมปจิตฉามิ" จะคุมเราตลอดทั้งวัน และกลางคืนค่ะ คุณไสยก็ทำอะไรเราไม่ได้ค่ะ

และที่หลวงพ่อท่านแนะนำว่า ให้บอกกับสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่วัดท่าซุง ขอให้ท่านช่วยกันอาณาเขต ตั้งแต่รอบวัดออกไปภายในรัศมี..กี่ร้อยเมตร กี่พันเมตร ก็ให้บอกท่านไปค่ะ อย่าได้เข้ามาทำอันตรายใดๆ แก่ทุกๆ คนในหอพักค่ะ

ข้าพเจ้าและเพื่อนๆ ก็ทำตามที่หลวงพ่อบอก แล้วก็ปลอดภัยมาตลอดจนทุกวันนี้ค่ะ

🌻จบค่ะ รอตอนที่ 8 ต่อไปค่ะ🌻


🌻 โดย Tantawan พ.ส.ธ.2 (รุ่น 2 )

ll กลับสู่สารบัญ



[ PROFILE ] [ FIND ] [ U2U ]
[*] posted on 27/3/20 at 08:28 [ QUOTE ]


ตอนที่ 8
หลวงพ่อผู้มีเมตตาต่อลูกๆ หาประมาณมิได้


🌻 เมื่อข้าพเจ้าจบมัธยมศึกษาปีที่ 6 ข้าพเจ้าเพื่อนสนิทอยู่คนหนึ่ง เพื่อนข้าพเจ้าไปเอ็นทร้านซ์ ข้าพเจ้าก็ตามไปเอ็นด้วย หลวงพ่อท่านมีเมตตาให้ไปเรียนติวที่ กทม. ท่านให้เงินนักเรียนทุกคนไว้เป็นค่าใช้จ่าย

🌸 มีอยู่วันหนึ่ง ข้าพเจ้ากับเพื่อนไปถวายสังฆทานที่ซอยสายลม เมื่อถวายสังฆทานเสร็จก็ยืนคุยกับเพื่อนที่ตรงบันไดทางขึ้นห้องที่หลวงพ่อพัก ก็คุยกันว่าคิดถึงหลวงพ่อ อยากขึ้นไปกราบหลวงพ่อ แต่ไม่กล้าขึ้น ก็เลยยืนรีรอ อยู่ตรงนั้นค่ะ แล้วพี่เอี้ยงก็เดินลงมา

🌹 พี่เอี้ยงก็เรียกข้าพเจ้ากับเพื่อน แล้วบอกว่าหลวงพ่อท่านให้พี่ลงมาตาม ให้ขึ้นไปพบท่านบนห้อง ข้าพเจ้ากับเพื่อนดีใจมากถึงกับกระโดดกอดกัน พี่เอี้ยงก็หัวเราะ และนำขึ้นไปพบหลวงพ่อ ข้าพเจ้ากับเพื่อนได้เข้าไปกราบท่าน

🌿 ท่านก็ถามถึงเรื่องเรียนติว และการกิน การอยู่ ท่านเป็นห่วงเด็กทุกคนที่มาเรียนติวที่ กทม. เพราะไม่เคยเข้าเมืองเป็นการเข้าเมืองครั้งแรกของเด็กๆ ท่านก็สอนและตักเตือน การใช้ชีวิตในเมืองค่ะ และก่อนกลับท่านก็ให้เงินข้าพเจ้ากับเพื่อนคนละ 500 บาทค่ะ

🌷 ท่านยังสั่งอีกว่า ขาดเหลืออะไรมีปัญหาอะไร ก็ให้มาหาท่าน ท่านยังอยู่อีกสองวัน ข้าพเจ้ากับเพื่อนก็รับปากท่านค่ะ แต่ก็ไม่ได้กลับไปอีกค่ะ จนหลวงพ่อท่านกลับวัด แล้วข้าพเจ้ากับเพื่อนก็ผจญภัยในเมืองหลวง ด้วยความอดทนต่อการใช้ชีวิตที่ไมคุ้นเคย ประมาณ "บ้านนอกเข้ากรุง" นั่นแหละค่ะ

🌻ขอจบเรื่องนี้แค่นี้ก่อนค่ะ🌻


🌻 โดย Tantawan พ.ส.ธ.2 (รุ่น 2 )

ll กลับสู่สารบัญ



[ PROFILE ] [ FIND ] [ U2U ]
[*] posted on 27/3/20 at 08:28 [ QUOTE ]


ตอนที่ 9
🔮 เมื่อหลวงพ่อมรณภาพแต่ข้าพเจ้าไม่ทราบ 🔮


🌻 เมื่อข้าพเจ้าเอ็นไม่ติดก็ไม่ได้เรียนต่อ ได้ไปหางานทำกับเพื่อนที่ กทม แล้วชีวิตก็พลิกผันได้ไปหาเพื่อนที่ศรีราชาและได้งานทำที่นั่นค่ะ ช่วงปี พ.ศ.2535 ข้าพเจ้าทำงานอยู่ที่ศรีราชา

จนกระทั่งเดือนตุลาคม หลังจากหลวงพ่อมรณภาพแล้ว ก็มีจดหมายจากทางบ้านไปแจ้งข่าว ข้าพเจ้าอ่านจดหมายแล้วถึงกับร้องให้โฮออกมา แบบไม่อายใคร

จนพี่ๆ ที่ทำงานเข้ามาถามว่าข้าพเจ้าเป็นอะไร ข้าพเจ้าก็บอกว่าหลวงพ่อที่ข้าพเจ้าเคารพรักท่านมรณภาพแล้ว

🌹 ข้าพเจ้านึกโทษตัวเองที่ไม่แม้แต่จะได้ไปเยี่ยมท่าน ไม่รู้เลยว่าท่านป่วยหนักอยู่โรงพยาบาล ข้าพเป็นลูกที่แย่มาก ข้าพเจ้าเอาแต่ร้องให้เสียใจ และนึกโทษตัวเองอยู่ตลอดเวลา งานศพท่านก็ไม่ได้ไป มารู้ก็ตอนงานจบแล้ว

🌹 จนกระทั่งตอนกลางคืน ข้าพเจ้าก็นิมิตไปว่า ข้าพเจ้าไปยืนอยู่ที่ประตูทางเข้าวิหารร้อยเมตร ทางด้านหลังที่เชื่อมต่อกับห้องของท่านเจ้าคุณ หรือหลวงพี่อนันต์ในสมัยนั้น

🌿 ข้าพเจ้ามองตรงไปด้านในสุด เห็นโลงแก้วที่บรรจุพระศพของหลวงพ่ออยู่ ในวิหารมืดมาก เพราะไม่ใช่ช่วงมีงาน จึงไม่ได้เปิดไฟ แต่ในความมืดก็มองเห็นโลงแก้วของหลวงพ่อ ข้าพเจ้าก้มกราบท่านแล้วร้องให้ ได้แต่รำพึง รำพันโทษตัวเองอยู่อย่างนั้น

🔮 และได้กราบขอขมาท่าน ที่ข้าพเจ้าเป็นลูกอกตัญญู ที่ไม่ได้แม้แต่ไปเยี่ยมท่าน และไปคอยดูแลรับใช้ท่าน ตามที่ท่านเคยบอกไว้ว่า ให้ข้าพเจ้าคอยดูแลรับใช้ท่าน แต่ข้าพเจ้าก็ไม่มีโอกาสได้รับใช้ท่านเลย มัวแต่ไปหางานทำ มัวแต่บ้าหางานหาเงิน

🌹 ขณะที่ข้าพเจ้ากำลังร้องให้อยู่นั้น ก็มีเสียงของหลวงพ่อท่านพูดกับข้าพเจ้าว่า

"ลูกพ่ออย่าร้องให้เสียใจไปเลยและอย่าโทษตัวเอง ลูกไม่ได้ทำอะไรผิด ถึงพ่อจะไม่ได้อยู่กับลูกก็เพียงร่างกายเท่านั้น แต่พ่ออยู่กับลูกเสมอ ถ้าลูกยังคิดถึงพ่อ พ่อยังคงอยู่กับลูกไม่ไปไหน ขอเพียงลูกพ่อเป็นคนดี มีความกตัญญู และช่วยรักษาวัดท่าซุงเอาไว้พ่อก็ดีใจ.."

❤️ ข้าพเจ้าจำคำพูด คำสอนของหลวงพ่อไว้มิรู้ลืม ภาพโลงแก้วที่เห็นในนิมิต ข้าพเจ้าจำจนติดตา ติดใจ พอเช้าขึ้นมาก็โทรศัพท์กลับไปบ้าน โทรไปถามป๋ากับแม่ว่า หลวงพ่อท่านอยู่ในโลงแก้วใช่ไหม?

ป๋ากับแม่ก็ตอบว่าใช่ แล้วถามข้าพเจ้ากลับว่ารู้ได้อย่างไร? ข้าพเจ้าก็บอกว่าเมื่อคืนนิมิตเห็น แล้วก็เล่าให้ป๋ากับแม่ฟังค่ะ

🔮 เมื่อถึงกำหนดทำบุญร้อยวัน แม่จึงชวนข้าพเจ้าให้กลับบ้าน แล้วไปทำบุญร้อยวันหลวงพ่อที่วัดท่าซุง ข้าพเจ้าก็กลับบ้านแล้วก็เดินทางไปวัดท่าซุงค่ะ ข้าพเจ้าได้กราบพระศพหลวงพ่อที่วิหารแก้วร้อยเมตร ซึ่งตรงกับในนิมิตทุกอย่างค่ะ

🌻 ขอจบแต่เพียงเท่านี้ค่ะ 🌻


🌻 โดย Tantawan พ.ส.ธ.2 (รุ่น 2 )

ll กลับสู่สารบัญ



[ PROFILE ] [ FIND ] [ U2U ]
[*] posted on 1/4/20 at 09:24 [ QUOTE ]


ตอนที่ 10
🔮 ส่งผีพุ่งชนกระจก 🔮


🌻 มีอยู่คืนหนึ่งเด็กๆ หอพักหญิงต้องสะดุ้ง ตกใจกันเป็นแถว เพราะเสียงที่ดังสนั่นหวันไหวมาจากตึกกลางน้ำ ที่หลวงพ่อท่านจำวัดอยู่

ข้าพเจ้ารู้สึกเป็นห่วงหลวงพ่อมากในตอนนั้น เพราะไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น เสียงถึงดังขนาดนั้น สักประมาณครึ่งชั่วโมง รุ่นพี่ที่ถูกเรียกไป ก็กลับมารายงานว่า มีคนส่งผีมาหาหลวงพ่อ 3 ตัว

🌹 แล้วผี 3 ตัวนั้นก็พุ่งชนกระจกหนาๆ 3 ชั้น ของประตูห้องของหลวงพ่อแตก แล้วผีก็หมดฤทธิ์ ลงไปกราบขอขมาหลวงพ่อ และพูดว่า

"...พวกกระผมทราบว่า หลวงพ่อเป็นพระดี ไม่ได้อยากจะมาทำร้ายท่าน แต่เขาบังคับพวกกระผมมา จึงต้องกราบขอขมาหลวงพ่อด้วยครับ.."

หลวงพ่อท่านยกโทษให้ผี และอุทิศบุญให้ผีและส่งให้ผีไปเกิด

🌿 ผีได้ไปเป็นเทวดาจากผลบุญของหลวงพ่อที่อุทิศให้ค่ะ

จริงๆ แล้วเคยมีก่อนหน้านั้นอีกค่ะ มาในรูปแบบเดียวกันค่ะ ท่านก็ส่งไปเป็นเทวดาค่ะ นี่เป็นครั้งที่สองแล้วค่ะ

🌻ขอจบตอนที่ 10 รอตอนต่อไปค่ะ


🌻 โดย Tantawan พ.ส.ธ.2 (รุ่น 2 )

ll กลับสู่สารบัญ



[ PROFILE ] [ FIND ] [ U2U ]
[*] posted on 10/4/20 at 05:53 [ QUOTE ]


ตอนที่ 11
🌻ตอน..สององครักษ์สี่ขา🌻


🌹วันหยุดเสาร์ อาทิตย์ พวกเด็กหอพักหญิงต้องขัดล้างสะพานลอยที่เต็มไปด้วยอึหมาค่ะ หลวงพ่อบอกว่าล้างอึหมา ตายไปจะได้เป็นนางฟ้า 😄😄

พวกข้าพเจ้าขัดล้างกันไปหยอกล้อกันไป พวกสี่ขาก็คอยนั่งมองนอนมอง เฝ้าอยู่แถวนั้น พอทำความสะอาดเสร็จ ก็ไปทำความสะอาดที่ตึกกลางน้ำต่อค่ะ สี่ขาที่ตึกกลางน้ำค่อนข้างดุค่ะ พวกข้าพเจ้าจะกลัวกันมาก แทบร้องไห้กันเลยค่ะ

🌸 รุ่นพี่ที่ดูแลพวกเจ้าสี่ขา ต้องคอยมาดุมาห้าม และพูดบอกว่าน้องๆ มาช่วยงานในตึก พี่ๆ ก็อย่าดุน้องๆ สิคะ เค้ากลัวจนจะร้องไห้อยู่แล้ว พอรุ่นพี่พูดจบเค้าก็เดินหลีกทางค่ะ ให้พวกข้าพเจ้าได้เข้าไปทำงานข้างในตึกค่ะ

พี่นิล พี่นาก
🌷 มีอยู่วันหนึ่ง หลวงพ่อให้รุ่นพี่มาตามเข้าไปพบค่ะ พอข้าพเจ้าเดินไปถึงกลางสะพานลอย เจ้าสี่ขาทั้งหลายก็กรูกันเข้ามาทั้งเห่า ทั้งขู่ข้าพเจ้า แยกเขี้ยวแหลมๆ น่ากลัวมากค่ะ

ข้าพเจ้าเป็นคนที่กลัวสุนัขเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ถึงกับก้าวขาไม่ออกยืนสั่น และร้องเรียกรุ่นพี่อยู่ตรงนั้น 😄😄

🔮 สักพักมีสุนัขสองตัววิ่งมาช่วยจากข้างในตึกกลางน้ำค่ะ เป็นสุนัขที่สวยและสง่างามมากค่ะ ชื่อพี่นิล กับพี่นาก เป็นสุนัขที่อยู่กับหลวงพ่อ เป็นหัวหน้าหรือจ่าฝูงค่ะ

ข้าพเจ้าทราบทันทีว่า หลวงพ่อท่านสั่งให้มารับข้าพเจ้าอย่างแน่นอนค่ะ พอพี่นิล พี่นาก วิ่งมาถึงก็มองหน้าเจ้าสี่ขากลุ่มนั้น และเดินเข้าไปหา เหมือนเค้าคุยอะไรกัน แต่น่าจะคุยทางจิตค่ะ

🌻 เจ้าสี่ขาที่ดูดุร้ายนั้นก็หงอยไปเลยค่ะ และถอยกรูดออกไปแบบกลัวมากค่ะ ข้าพเจ้ายืนมองและสังเกตกิริยาของพี่นิล พี่นาก และเจ้าสี่ขาเหล่านั้นค่ะ

พอเหตุการณ์สงบลงแล้ว พี่นิล พี่นาก ก็แหงนหน้ามามองข้าพเจ้า และวิ่งเหยาะๆ ขนาบซ้ายขวา นำข้าพเจ้าเข้าไปพบหลวงพ่อที่ด้านในตึกกลางน้ำค่ะ (หลวงพ่อให้เรียกว่า "สี่ขา" หรือ "สุนัขขา" ที่แปลว่าเล็บงามค่ะ ท่านไม่ให้เรียกว่าหมาค่ะ)

🌿 หลวงพ่อท่านเมตตาให้ข้าพเจ้าไปบอกเพื่อนๆ ให้ลงไปเล่นน้ำในสระใต้ตึกกลางน้ำค่ะ หลังจากทำงานเสร็จแล้วค่ะ

🌻 ขอจบตอนนี้ก่อนค่ะ 🌻

รอตอนต่อไปค่ะ มีตอนต่อเนื่องค่ะ 😊😊


🌻 โดย Tantawan พ.ส.ธ.2 (รุ่น 2 )


หมายเหตุ
...เรื่องสุนัขสองตัวชื่อ พี่นิล และ พี่นาก พอดีแอดมินไปกรุงเทพฯ กับหลวงพ่อด้วย จึงได้เห็นสุนัขสองตัวตั้งแต่ครั้งแรก โดยคุณฉวีวรรณ สรรพกิจ เป็นผู้ถวายหลวงพ่อมาไว้ที่วัด

พี่นิลเป็นเพศผู้ ส่วนพี่นากเป็นเพศเมีย หลังจากมาอยู่กับหลวงพ่อแล้ว ทั้งสองก็ช่วยกันผลิตผลพลเมืองกัน ออกลูกออกหลานมามากมายนับร้อยตัว

ll กลับสู่สารบัญ



[ PROFILE ] [ FIND ] [ U2U ]
[*] posted on 10/4/20 at 05:57 [ QUOTE ]


ตอนที่ 12
🌻 สององครักษ์สี่ขา ตอนที่ 2 🌻


🌸 เมื่อตอนที่แล้วที่หลวงพ่อท่านเรียกให้เข้าพบ พี่ๆ สี่ขาวิ่งมาต้อนรับพร้อมขู่และแยกเขี้ยวใส่ข้าพเจ้ากลัวจนแทบร้องให้ ถ้าไม่ได้พี่นิล กับพี่นากมาช่วยไว้ ข้าพเจ้าคงเละเป็นโจ๊กแน่ๆ 😄😄

ต้องขอบคุณพี่นิลกับพี่นากมากๆ ที่เมตตา เป็นอัศวินขี่ม้าขาวเข้ามาช่วยข้าพเจ้าไว้ แล้วก็วิ่งเหยาะๆ ขนาบข้างซ้าย ขวาพาข้าพเจ้าเข้าไปพบหลวงพ่อ ท่านให้ข้าพเจ้าช่วยงานนิดหน่อยค่ะ

⭐ท่านสั่งงานให้ข้าพเจ้าไปบอกเพื่อนๆ และน้องๆ ให้เล่นเครื่องเล่นออกกำลังกายของท่านได้ วางไว้ด้านในตรงประตูเข้าออก แต่ไม่มีใครกล้าเล่นค่ะ ได้แค่เดินบนลู่วิ่งกันคนละนิดละหน่อยค่ะ แล้วท่านก็บอกว่า จะให้ลงเล่นในสระน้ำได้

หลังจากลอกคลองกันเสร็จแล้ว แต่ยังไม่ทันได้เล่นน้ำก็เย็นซะก่อนค่ะ อาจารย์คุมหอก็ให้รุ่นพี่เวรครัวมาตามขึ้นไปอาบน้ำทานข้าวค่ะ แล้วหลวงพ่อท่านก็ให้ขึ้นดาดฟ้าค่ะ ท่านจะขึ้นไปนั่งรับลม และเล่าเรื่องสนุกๆ ให้ฟังค่ะ

พี่ๆ สี่ขาก็วิ่งตามกันเป็นพรวน พวกน้องๆ สองขาต้องสำรวมหลีกทางให้ค่ะ ถ้าน้องๆ ซุกซนเมื่อไหร่ พี่ๆ สี่ขาก็จะขู่พร้อมแยกเขี้ยวทันที กลัวพี่ๆ สี่ขายิ่งกว่าอาจารย์คุมหออีกค่ะ 😄😄 พี่ๆ สี่ขาจะเป็นทั้งผู้อารักขา และคุมเด็กๆ ที่ดื้อค่ะ

🌹 เอาอยู่จริงๆ ค่ะ
...ตอนกลางคืนก็จะไปอยู่บนดาดฟ้า คอยดูว่ามีคนแปลกหน้า หรือผู้ไม่หวังดีเข้ามารึเปล่า จะอยู่ทั้งบนดาดฟ้าและข้างล่างหอพักค่ะ หลวงพ่อท่านบอกว่า เค้าจะมีผลัดเปลี่ยนเวรยามกันด้วย เหมือนเปลี่ยนกะนั่นแหละค่ะ

และท่านยังบอกอีกว่า ที่ท่านไม่ให้เรียกว่า "หมา" ให้เรียก "สุนัข" หรือ "สุนัขขา" ที่แปลว่า "เล็บงาม" เพราะว่าพี่ๆ สี่ขาล้วนเป็นเทวดาลงมาจุติทั้งนั้น

เพื่อมาคอยดูแลปกป้องและคุ้มกันหลวงพ่อและวัดท่าซุง คอยปกป้องพระพุทธศาสนาก็ว่าได้ค่ะ แล้วอีกอย่างท่านมาสร้างบุญบารมีในรูปสุนัข เพราะอายุจะไม่ยืนเท่าคนค่ะ

🔮 บางท่านหมดบุญจากสุนัข ก็จะเห็นด้านล่างดาดฟ้าเป็นพื้นต่ำกว่าดาดฟ้าแค่นิดเดียว ก็กระโดดลงมาเสียชีวิตค่ะ หลวงพ่อท่านเล่าให้ฟังค่ะ

ท่านบอกว่า เมื่อเค้าเสียชีวิตแล้วก็มาในร่างของเทวดา มาลาหลวงพ่อ หลวงพ่อท่านก็ถามว่าเป็นใคร ท่านเทวดาก็บอกค่ะว่า เป็นใครและตายอย่างไร

🌿 ท่านยังสอนอีกว่าให้ทำความดี รักษาศีลห้าให้บริสุทธิ์และตลอดชีวิต อย่าให้ต้องลงนรกเดี๋ยวจะอายสุนัขนะ ถ้ายังลงนรกอยู่นี่ สู้สุนัขไม่ได้เลย ท่านก็หัวเราะ พวกข้าพเจ้าก็หัวเราะค่ะ

💚 หลวงพ่อท่านรักสุนัขมากค่ะ ท่านจะมานั่งเล่นกับสุนัขเป็นประจำ ข้าพเจ้าชอบมองเวลาท่านเล่นกับสุนัขค่ะ สุนัขก็จะพากันแย่งเข้าหาหลวงพ่อค่ะ

ลูกสุนัขตัวเล็กตัวน้อยก็วิ่งกรูกันเข้ามาแย่งกันนั่งตักหลวงพ่อค่ะ เป็นภาพที่น่ารักมากค่ะ ข้าพเจ้าได้แต่มองแล้วก็ยิ้มมีความสุขกับภาพที่เห็น บางครั้งนึกอิจฉาสุนัขที่ได้เข้าใกล้หลวงพ่อ ได้เล่นกับหลวงพ่อ 😄😄

🌻แต่ข้าพเจ้าไม่อยากเกิดเป็นสุนัขหรอกนะคะ แค่ความคิดชั่ววูบค่ะ 😄😄 เวลาที่เอาอาหารใส่กาละมังให้สุนัข หลวงพ่อท่านก็จะออกมาเดินทักทายค่ะ ทั้งคนให้และก็สุนัขค่ะ ความเมตตาของท่านหาประมาณมิได้จริงๆ ค่ะ

🌻 ขอจบแต่เพียงเท่านี้ค่ะ 🌻

❤️ จะหาเรื่องที่บันทึกในความทรงจำมาเล่าต่อค่ะ ขอบคุณทุกท่านที่ติดตามและมากดไลค์และคอมเม้นท์ค่ะ ขอบุญกุศลช่วยให้ทุกๆ ท่าน อยู่รอดปลอดภัยจากพยันตรายใดๆ

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ปลอดภัยจากโควิด 19 และขอให้เจริญรุ่งเรืองทั้งทางโลกและทางธรรมค่ะ
🙏🙏🙏

🌻 โดย Tantawan พ.ส.ธ.2 (รุ่น 2 )


หลวงพ่อบันทึกไว้เมื่อวันที่ ๑๙ พ.ย. ๒๕๒๗

ประวัติยามรักษาการณ์
...เจ้ายามต้นทั้งสอง คือ "เจ้านาก" และ "เจ้านิล" และยามต้นที่มาภายหลังอีก ๖ ทั้งหมดนี้ เคยเป็นทั้งลูกและพาหนะในการรบ จึงสามารถสู้ศึกสงครามได้ เพราะเธอจะไม่กลัวตายเมื่อเข้าทำการรบ

ทั้งนี้เพราะเป็นเลือดเนื้อเชื้อไข แต่นิสัยมันไม่เหมือนกัน เจ้านากมันเจ้าอารมณ์ เจ้านิลเป็นคนมีนิสัยเป็นนักพรต แต่ทว่าฉลาดในการดูคน ทั้งสองก็เช่นเดียวกัน ควรระมัดระวังเรื่องอาการทางกายและวาจาของเรา เพราะเธอรู้ภาษาคนทุกถ้อยคำ

ฉะนั้น จึงขอให้ทุกคนจงสนใจเอาใจใส่ อย่าให้เธออดอยากและลำบากใจ ด้วยการทำทางกายและการกล่าวทางวาจา ด้วยทั้งหมดและที่อยู่อาศัยอันแสนสุขลงมาช่วยงานสงฆ์

เธอจะทำได้ ตามความสามารถของเธอ ให้มีความรู้สึกว่าเป็นพี่น้องกันมาทั้งหมด การสัมพันธ์กันจริง ๆ นั้น หลายแสนชาติ เอาชาติที่ใกล้ที่สุดก็คือ "ชาติเชียงลาว และเชียงแสน"

เชียงลาวนั้น "ลาว" แปลว่า " มหาอำนาจ " ซึ่งเป็นที่ตั้งของเชียงใหม่บริเวณ "กองพันสัตว์ต่าง" เป็นที่พระราชฐาน เรามาครองก่อนครองเชียงแสน

เธอทั้ง ๖ มาเป็นลูกในวงศ์ของพ่อเดียวกันกับพวกเธอ จึงควรนับทั้งหมดกับเธอเป็นพี่น้องพ่อเดียวกัน ให้ถนอมน้ำใจกันเหมือนพี่น้องที่รักกัน

...ที่มาของยามต้นทั้ง ๖ ที่มาภายหลัง คือ
๑. แก้ว สีเทามีขาวปน มาจากพรหมชั้นที่ ๔
๒. พลอย สีเทา มาจากพรหมชั้นที่ ๔

(ทั้งสองนี้เดิมอยู่ชั้นยามา บำเพ็ญเพียรจนไปอยู่พรหม เธอรับอาสา "ท่านปู่โกสีห์" มาช่วยอารักขา)

๓. กาญจน์ สีแดง มาจากพรหมชั้นที่ ๗
๔. มณี สีดำสนิท เป็นตัวเอกมาจากพรหมชั้นที่ ๗

(ทั้งหมดนี้ขึ้นไปพรหมด้วยกำลังฌานตั้งแต่เริ่มต้นไป)

๕. เงิน สีขาวดอก เดิมอยู่เวชยันตวิมาน เธอไปบำเพ็ญเพียรจนไปอยู่ชั้นยามา
๖. แหวน สีขาว เธออยู่ชั้นยามาโดยตรง (ทั้งสองนี้รับอาสาท่านปู่ยามา มารักษาของสงฆ์)

คำว่า ๓๐ ไมล์สวรรค์
...๓๐ ไมล์สวรรค์ หมายถึงชั่วโมง (แม่ว่ามาอย่างนี้ พ่อผู้เขียนตามคำบอก ก็ไม่เข้าใจเหมือนกัน) "๓๐ ไมล์สวรรค์ของแกน่ะแหละ..."

สำหรับบริวารก็มาเกิดกันมาก ภายในวัดมีหลายครอก แต่บางตัวก็แซมมาจากพันธุ์อื่นบ้าง ควรให้ความเมตตาปรานีเสมอกัน อย่าคิดว่า..."เธอเป็นหมา..!"

จงคิดว่าเธอเป็นยามรักษาความปลอดภัย ควรหาของที่ชอบใจให้รางวัลเสมอ จะมีประโยชน์ทั้งมีชีวิตอยู่และตายไปแล้ว ตายจากโลกนี้เมื่อไร จะรู้ว่าการสงเคราะห์เธอเหล่านั้น เรามีกำไรมหาศาล

"เจ้าเจ๊" กับ "เจ้าม่วย" เจ้าสองตัวนี้มาจากดาวดึงส์ทั้งคู่ ปกติมันช่างพูด แต่เจ้าม่วยจะช่างพูดมากกว่า เจ้าเจ๊อารมณ์เข้มข้น อย่าให้มันโกรธ มันเอาจริงจัง

"เจ้าตุ้ม" หรือ "เจ้าตุ้ย" นั้น มันก็มาจากดาวดึงส์ แต่เป็นเทวดาขี้โอหน่อย งานดี แต่ชอบสวยงาม ทั้งนี้เป็นวงศ์วานเผ่าพันธุ์เดียวกันทั้งนั้น

"เจ้าม่วย" กับ "เจ้าเจ๊" เป็นพี่น้องกับ "คุณตี๋" มาหลายสิบชาติ จึงรักกันมาก เขาตั้งใจมาช่วยคุณตี๋ พ่อเรียก..."ตี๋" นั้นถูกแล้ว เพราะเกิดกี่ชาติเป็นลูกแม่ เธอก็อยู่ในสภาพตี๋ทุกชาติ


ความเป็นมา
"...เมื่อกลางปี 2526 คุณฉวีวรรณ สรรพกิจ ได้ถวายสุนัขพันธ์ไทยหลังอานเพศเมีย 1 ตัวและพันธ์ไทยธรรมดา 1 ตัว ตัวผู้มาจากโคราช หลวงพ่อตั้งชื่อว่า "นิล" เพราะเธอมีสีดำตลอดตัว อกขาวเล็กน้อย

เพศเมียตัวเล็ก เป็นลูกสุนัข ขณะที่ถวายไปมีหลังอาน สีน้ำตาล เรียกว่า หลังอานไวโอลิน เธอมาจากจังหวัดตราด หลวงพ่อตั้งชื่อว่า "นาก"
.
โดยปกติหลวงพ่อท่านก็เลี้ยงสุนัขและแมวเป็นประจำอยู่แล้วหลายสิบตัว ทุกกุฏิที่ท่านอยู่จะต้องมีสัตว์ 2 ประเภทนี้ประจำการเสมอ

เท่าที่สำคัญก็มี สิงห์ดอก โคล่า เจ้าอ้วน เจ้าดม ฯลฯ รวมทั้งสุนัขเดินหลงทาง สุนัขจรจัด ขาดที่พึ่งก็มีมาก คนไปปล่อยวัดก็มีมาก พระในวัดท่าซุงเกือบทุกองค์มีสุนัขอาศัยอยู่ด้วยทั้งสิ้น

หลวงพ่อเลี้ยงเธออย่างอิสระไม่ขังกรง แต่มีอาณาเขตกว้างขวางในรั้วรอบขอบชิด ไม่ปนกับสุนัขภายนอก สุนัขทั้งคู่นี้เธอแสนรู้มาก หลวงพ่อพูดภาษาไทยกับเธอ เธอรู้เรื่องทุกคำ และปฏิบัติตามตลอดไม่เคยลืม คนเราเสียอีกยังมีลืมบ้าง แต่สุนัขไม่ลืม

จาก 2 ชีวิต ขยายพันธ์กันในพวกเดียวกันนี่แหละ มิได้ปนกับสุนัขภายนอกเลย เวลานี้ถ้าไม่ตายเสียบ้างก็นับไม่ถ้วน เอาเฉพาะที่ยังอยู่ก็เกือบ 300 ชีวิต ปี 2532 หลวงพ่อย้ายที่พักจากตึกกลางน้ำไปอยู่ข้างวิหารแก้ว 100 เมตร และอยู่ที่นี่จนวาระสุดท้ายของชีวิตท่าน

หลวงพ่อท่านบอกเสมอทุกครั้งที่สุนัขคลอดลูกออกมาใหม่ ท่านตั้งชื่อให้แล้วบอกว่าตัวนี้เป็นใคร มาจากไหน เดิมชื่ออะไร ตายเพราะอะไร ลงมาเกิดเป็นสุนัขของหลวงพ่อเพราะอะไร และวันไหนที่สุนัขตาย หลวงพ่อจะบอกว่า เธอไปอยู่ที่ไหน มารายงานตัวแล้ว ก่อนตายเธอคิดอย่างไร

ผลสรุปก็คือ สุนัขทุกตัว เธอมาจากสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ 90 เปอร์เซนต์ นอกนั้นก็มาจากพรหม และจาตุมหาราช ไม่มีมาจากอบายภูมิเลย

ยามเย็นหลวงพ่อกลับจากทำงาน
...ท่านลงจากตึกรับแขกกลับที่พัก หลวงพ่อจะลงนั่งกับพื้นปล่อยให้สุนัขเล็ก-ใหญ่ ทั้งหลายรุมเล่นท่าน งับแขน เลียมือ ดึงสายรัดเอว งับนิ้ว ดึงกุญแจ ดึงอังสะตามแต่เธอจะทำด้วยความคิดถึง แล้วหลวงพ่อก็ไปเยี่ยมสุนัขแม่ลูกอ่อนทีละห้องจนครบทุกแม่

บางแม่ก็มาตามหลวงพ่อ เพราะยังไม่ถึงห้องเขาก็มาคอยรับหลวงพ่อแล้วพาไปดูลูกเขา หลวงพ่อจะเข้าไปในห้องเขา จัดที่นอนปูให้เรียบร้อย จับลูกเขามานอนตักท่าน สุนัขทุกตัวผ่านการนอนตักหลวงพ่อทั้งนั้น

หลวงพ่อท่านทำประดุจเป็นพ่อบังเกิดเกล้าของเธอทุกตัว ดังนั้นสุนัขทุกตัวจึงรักหลวงพ่อ แม้เพียงได้ยินเสียงหลวงพ่อ เขาก็เห่าหอนต้อนรับเกรียวกราว หลวงพ่อบอกว่า ให้หมาติดผ้าเหลืองไว้ ตายแล้วไปสวรรค์ทุกตัว

ยามค่ำคืนเมื่อเกิดฝนตก ฟ้าร้องน่ากลัว สุนัขกลัวเสียงฟ้าร้องมาก เขาจะพากันวิ่งไปรอบหน้ากุฏิหลวงพ่อ ฝ่าฝนเปียกปอนไปให้ถึงหลวงพ่อ แล้วหลวงพ่อก็ออกมานั่งกับพื้นเป็นเพื่อนปลอบใจเขามิให้กลัว จนกว่าฝนฟ้าคะนองจะหมดไป.."


ll กลับสู่สารบัญ



[ PROFILE ] [ FIND ] [ U2U ]
[*] posted on 19/4/20 at 08:35 [ QUOTE ]


ตอนที่ 13
🌻 ขนหิน (เพชรพลอย) ลงสระน้ำ 🌻


🔮 ช่วงประมาณ ม.2 เทอม 1 หลวงพ่อท่านจะจัดสร้าง "แหวนจักรพรรดิ" รุ่นแรก มีอยู่วันหนึ่งช่วงวันเสาร์ หลวงพ่อให้ครูคุมหอพาเด็กๆ ลงมาข้างล่าง

แล้วมีรถบรรทุกเอาหินที่จะเจียเป็นเพชรมาส่งที่ตึกกลางน้ำ เต็มคันรถสิบล้อเลยค่ะ หลวงพ่อท่านให้ขนลงสระน้ำ ที่อยู่ใต้ตึกกลางน้ำ พวกข้าพเจ้าช่วยขนจนหมดคันรถ หินเหล่านั้นก็ลงไปอยู่ก้นสระ

⭐ แล้วหลวงพ่อก็ให้พวกข้าพเจ้าลงเล่นน้ำในสระนั้น เล่นกันอย่างสนุกสนาน ข้าพเจ้าว่ายน้ำไม่เป็น เพื่อนที่ว่ายเป็นก็ฝึกให้ข้าพเจ้าว่ายน้ำก็ว่ายไม่ได้ ตัวไม่ยอมลอยน้ำค่ะ 😄😄 พวกเพื่อนๆ พากันกลับหอ เหลือข้าพเจ้ากับเพื่อนอีก 2-3 คน

🌿 ขณะที่พยายามฝึกว่ายน่ำตามที่เพื่อนสอน ข้าพเจ้าก็จมน้ำ พยายยามเรียกเพื่อนที่นั่งอยู่ตรงขอบสระ เพื่อนก็ไม่มองเลยค่ะ

ข้าพเจ้าก็นึกถึงหลวงพ่อ ขอหลวงพ่อช่วยลูกด้วย แล้วก็มีลำแสงพุ่งลงมาค่ะ ข้าพเจ้าก็มองเห็นราวบันได ก็ถีบน้ำพุ่งตัวไปเกาะราวบันได และเหยียบขั้นบันไดเดินขึ้นขอบสระ นั่งสำลักน้ำอยู่สักพัก

❤️ ข้าพเจ้าหันไปมองเพื่อนที่นั่งอยู่ขอบสระ ทำไมถึงนั่งเฉย ข้าพเจ้าก็เรียกเพื่อนถามว่า มะกี้..เราจมน้ำกวักมือเรียกเธอ ตะโกนเรียกเธอ เธอไม่เห็นเหรอ ไม่ได้ยินเหรอ

เพื่อนกันมาทำหน้างงๆ และบอกว่าเราไม่รู้จริงๆ เราขอโทษ ข้าพเจ้าก็ไม่ได้โกรธเพื่อนแต่อย่างใด เพียงแต่สงสัยว่า ทำไมเพื่อนถึงไม่เห็น และไม่ได้ยิน

🌹ข้าพเจ้ามือไหว้ขอบคุณหลวงพ่อที่ช่วย ไม่งั้นคงจมน้ำตายอยู่ก้นสระได้อยู่กับหินเหล่านั้นเป็นแน่แท้ คงไม่ได้มาเล่าเรื่องความทรงจำให้ทุกๆ ท่านได้อ่านกันค่ะ^^

💚 แล้วหลวงพ่อท่านก็ให้ช่างเจียเพชรเอาหินในสระไปเจียค่ะ ครั้งแรกเจียที่โรงเรียนในห้องที่ไม่ได้เปิดใช้งานค่ะ ข้าพเจ้าเคยไปยืนดูช่างเจียที่นอกหน้าต่างค่ะ พอเจียรุ่นแรกเสร็จ หลวงพ่อท่านเอามาแจกให้เด็กนักเรียนก่อนค่ะ ตื่นเต้นและดีใจกันมากค่ะในตอนนั้น

🌻 เสียดายแต่ว่า แหวนวงนั้นที่ได้รับแจกจากหลวงพ่อ เอามาไว้บนหัวเตียงนอนฝากแม่ไว้ แล้วข้าพเจ้าก็ไปทำงานต่างจังหวัด

พอกลับมาบ้าน แหวนได้อันตรธานหายไปแล้ว เหลือแต่กล่องใส่แหวน ถามใครก็ไม่มีใครรู้ เสียใจที่เป็นของที่รับจากมือของหลวงพ่อ เรากลับรักษาเอาไว้ไม่ได้

🌸 ขอจบแต่เพียงเท่านี้ค่ะ รอติดตามเรื่องต่อไปค่ะ^^


🌻 โดย Tantawan พ.ส.ธ.2 (รุ่น 2 )


หมายเหตุ
...พลอยดิบที่พระเดชพระคุณหลวงพ่อพระราชพรหมยานท่านได้แช่ไว้ในสระน้ำที่ตึกกลางน้ำนี้ ภายหลังก็เรียกกันว่า "บ่อน้ำมนต์" หลวงพ่อมรณภาพแล้ว พระครูสมุห์ละอองได้ให้ช่างนำมาเจียรไน ปรากฏว่าสวยงามเหมือนเพชร


ll กลับสู่สารบัญ



[ PROFILE ] [ FIND ] [ U2U ]
[*] posted on 3/5/20 at 09:37 [ QUOTE ]


ตอนที่ 14
🌻 ปาฏิหาริย์พระคำข้าว พระหางหมาก 🌻


🌻 เมื่อข้าพเจ้าอยู่ ม.3 น้องชายและหลานชายอยู่ ม.1 วันนั้นเป็นวันสอบปลายภาค หลวงพ่อท่านได้แจก "พระคำข้าว" และ "พระหางหมาก" ให้กับนักเรียนทุกคน ข้าพเจ้า น้องชาย และหลานขาย ก็เอาใส่ไว้ในกระเป๋าเสื้อนักเรียน

🌸 พี่สาวและพี่เขยได้มารอรับที่ใต้ถุนอาคารเรียน มากันหลายคน มีคนขับรถ พี่สาว พี่เขย และอาอีก 2 คน อ้อ..มีเมียน้อยของพี่เขยและลูกมาด้วยค่ะ ลืมหลานสาวอีกคน ที่มากันเยอะเพราะตั้งใจว่ารอรับเด็กๆ สอบเสร็จแล้วจะไปแวะเที่ยวเมืองเก่าที่ จ.พระนครศรีอยุธยา ค่ะ

🌹 พอสอบก็ขึ้นรถกลับงบ้าน และจะไปแวะเที่ยวเมืองเก่า ตามที่พี่สาวพี่เขยวางแผนไว้ ถึง จ.อ่างทองก็แวะซื้อขนมไปทานบนรถกันค่ะ

ขณะที่นั่งเล่น นั่งคุย นั่งทานขนมกันอย่างสนุกสนานและเพลิดเพลินอยู่นั้น พอเข้าเขต จ.อยุธยา รู้สึกรถมีอาการส่าย ข้าพเจ้าก็มองไปข้างหน้า เห็นรถทัวร์ของถาวรฟาร์ม ขับแข่งกันมาสองคัน

คนขับตกใจไม่รู้จะหลบไปทางไหน ข้าพเจ้าก็ตะโกนบอกน้องและหลานว่า ให้ทุกคนอย่าตกใจ ตั้งสติให้ดี และตั้งจิตไปยังพระนิพพาน ภาวนา "พุทโธ" ทุกคนก็ทำตามที่ข้าพเจ้าบอก

💚 ปรากฏว่าไม่มีใครตื่นตระหนก แล้วคนขับก็หักพวงมาลัยไปทางขวา ดีที่ไม่ชนท้ายรถทัวร์ค่ะ และรถก็กลิ้งลงข้างทาง ชาวบ้านออกมามุงดูกันเต็มไปหมด และพูดกันว่าตายทั้งคันรถแล้วมั้ง

พวกข้าพเจ้าก็ค่อยๆ คลานออกมาจากรถ ข้าพเจ้าก็เรียกน้องและหลาน และถามว่ามีใครเป็นอะไรมั้ย ปลอดภัยดีมั้ย มีตอบมาว่าปลอดภัยดี

ข้าพเจ้าก็ดึงออกมาทีละคน เด็กๆ ปลอดภัยดีไม่มีใครเป็นอะไร ข้าพเจ้าแค่คอเคล็ดนิดหน่อย นึกถึงพระคำข้าว พระหางหมากที่หลวงพ่อให้มา ก็คลำดูที่กระเป๋าเสื้อ พระยังอยู่ดีไม่ตกหล่น ไม่บุบสลาย

🌷อาโต้งกับอาเอียงที่มาด้วย ก็มีการต่อว่ากันเกิดขึ้น ทำให้หัวเราะกันได้ค่ะ อาโต้งเจ้าของพระหลวงพ่อที่อัดกรอบคู่ผ้ายันต์ แต่อาเอียงขโมยมาใส่ตอนเดินทางค่ะ อาโต้งหัวแตก

ส่วนอาเอียงไม่เป็นอะไร ออกมาดึงทุกคนให้ออกจากรถ พระหลวงพ่อก็หลุดออกมานอกเสื้อที่ใส่ซุกเอาไว้ อาโต้งเห็นได้ต่อว่าอาเอียง

"ไอ้เอียง..แกขโมยหลวงพ่อข้ามา..หาใส่ก็หาไม่เจอ แกไม่เป็นอะไรเลย แต่ข้าสิ..หัวแตก หลวงพ่อคุ้มครองแกถึงไม่เป็นอะไร..." ทุกคนพากันหัวเราะ

🔮 ส่วนพวกเด็กปลอดภัยดีกันทุกคน พวกอาๆ ก็ดีใจ ตำรวจทางหลวงอยู่ตรงนั้นไม่มาดู มาช่วยเลยค่ะ ผู้ใหญ่บ้านอยู่ตรงนั้นเห็นเหตุการณ์ก็มาช่วย พาคนเจ็บส่งโรงพยาบาล พี่สาวกับพี่เขยเจ็บหนักสุดค่ะ ผู้ใหญ่บ้านพาคนเจ็บส่งโรงพยาบาล พวกเด็กๆ ก็นั่งรออยู่ข้างทาง

🌿 ตำรวจทางหลวงเข้าไปคุยกับคนขับรถถาวรฟาร์ม ไม่มาดู ไม่มาช่วยยังไม่พอ กลับเดินมาต่อว่ากับข้าพเจ้าที่ยังเด็กอยู่ไม่ได้รู้เรื่องอะไร ต่อว่าเสร็จก็เดินกลับไป

แล้วผู้ใหญ่บ้านก็กลับมาและพาพวกเด็กไปพักที่บ้าน ซึ่งอยู่ใกล้แถวนั้น ผู้ใหญ่บ้านกับภรรยาใจดีมากค่ะ เอาน้ำเอาขนมมาให้เด็กๆ ทาน

ข้าพเจ้ากับน้องชายก็ได้มอบ "พระคำข้าว" และ "พระหางหมาก" ให้คนละองค์ ผู้ใหญ่บ้านกับภรรยาก็ถามว่ามาจากไหน โรงเรียนไหน พระศักดิ์สิทธิ์มากเลยนะ ไม่เป็นอะไรกันเลย

ข้าพเจ้ากับน้องชายก็บอกว่า มาจากโรงเรียนพระสุธรรม วัดท่าซุง จ.อุทัยธานีค่ะ ผู้ใหญ่บ้านก็บอกว่าจะพาภรรยาไปวัดท่าซุง

⭐ ทางหมอก็ให้ติดต่อทางบ้านให้แจ้งข่าว ลุงที่ปราจีนบุรีก็ส่งคนขับรถตู้ให้มารับทุกคนกลับบ้านที่ปราจีน พอถึงปราจีนข้าพเจ้าก็โทรกลับบ้านไปหาแม่

แม่ก็เล่าว่า แม่กำลังกวาดบ้านอยู่ได้ยินเสียงหลวงพ่อ บอกว่าลูกเกิดอุบัติเหตุแต่ไม่เป็นอะไร แม่ก็ตกใจ และเล่าให้ป๋าฟัง ป๋าก็โทรไปหาพี่สาว มีคนรับแทนและเล่าให้ฟัง และบอกว่าเด็กๆ ปลอดภัยดี

🍁 ข้าพเจ้ากับน้องชายพักฟื้นอยู่หลายวันถึงได้กลับบ้านที่ อ.ตาพระยาค่ะ ขอจบเรื่องนี้ก่อนนะคะ เดี๋ยวมาต่อตอนที่สองค่ะ (น้องชายได้เสียชีวิตไปหลายปีแล้วค่ะ)


ll กลับสู่สารบัญ



[ PROFILE ] [ FIND ] [ U2U ]
[*] posted on 3/5/20 at 09:38 [ QUOTE ]


.

[ PROFILE ] [ FIND ] [ U2U ]
[*] posted on 20/4/21 at 15:32 [ QUOTE ]


.

[ PROFILE ] [ FIND ] [ U2U ]
ตั้งหัวข้อใหม่

Go To Top